ประสบการณ์ลอง BMW รุ่นใหม่ แบบสุดฟิน 2 วัน 1 คืน โดย German Auto

ถ้าคุณไม่เคยพบว่าการขับรถสามารถนำพาความอิ่มเอิบใจใดๆ มาให้เลยสักครั้งในชีวิต ยานพาหนะจึงไม่เคยเป็นอะไรมากกว่าสิ่งที่พาคุณจากจุด A ไปถึงจุด B ได้อย่างสมหวัง อย่าเพิ่งด่วนสรุปจนกว่าคุณจะได้มาอยู่หลังพวงมาลัย BMW สักคัน และที่ยิ่งกว่านั้น การมาเข้าร่วมทริป Discover Driving Pleasure ที่จัดโดย German Auto ก็น่าจะช่วยรักษาอาการของคุณให้หายสนิทได้อย่างถาวร

แต่ถ้าหากสำหรับคุณแล้ว การขับรถดีๆ ก็เปรียบเหมือนการรับประทานอาหารมื้อโปรดกับคนพิเศษ และสมรรถนะอันเร้าใจก็เหมือนกับไวน์ชั้นเลิศและเสียงดนตรีเพลงดุริยางค์หมายเลข 13 ของโมสาร์ทที่ดังคลออยู่ในฉากหลัง นี่อาจเป็นกิจกรรมที่จะพาความสุขเหล่านั้นกลับมาหาคุณอีกครั้ง

ผมได้รับเกียรติจาก German Auto ผู้จำหน่ายรถยนต์ BMW อย่างเป็นทางการ ให้เข้าร่วมทริป “Discover Driving Pleasure by German Auto” เมื่อวันที่ 3-4 มีนาคม ที่ผ่านมา ร่วมกับลูกค้าคนพิเศษอีก 12 ครอบครัว เพื่อทดลองขับ BMW 520d Sport, BMW 630d GT M Sport และ BMW X3 xDrive20d X-Line หรือพูดง่ายๆ คือ BMW รหัสตัวถัง G ใหม่ล่าสุดเกือบทุกรุ่นกันไปไกลถึงเขาใหญ่

การขับรถดีๆ สักคันก็เปรียบเหมือนการรับประทานอาหารมื้อโปรดกับคนพิเศษ และสมรรถนะอันเร้าใจก็เหมือนกับไวน์ชั้นเลิศและเสียงดนตรีเพลงมโหรีหมายเลข 13 ของโมสาร์ทที่ดังคลออยู่ในฉากหลัง

ไฮไลท์สำคัญของงานนอกจากการได้พักในห้องแบบ One-Bedroom Suite ที่โรงแรม atta lakeside resort suite กับชมมินิคอนเสิร์ตโดย คุณว่าน ธนกฤต ที่จัดขึ้นอย่างเอกซ์คลูซีฟให้กับพวกเรากลุ่มเล็กๆ เพียง 20 กว่าชีวิต จนแทบจะเหมือนนั่งอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเองแล้วนั้น ก็เห็นจะเป็นการแวะไปที่สนามทดสอบแห่งใหม่อย่าง “8 Speed Motor” ตลอดครึ่งบ่ายเพื่อทดลองสมรรถนะเจ้า BMW พลังดีเซล TwinPower Turbo ทั้งสามรุ่นกันให้ชุ่มปอด ภายใต้การดูแลของทีม BMW Instructor ระดับเทพของเมืองไทยอย่าง xSpan

ใครจะว่าอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ถูกจริตแฟนๆ BMW ที่สุดแล้ว พวกเราย่อมรู้ดีว่าคุณงามความดีของรถใบพัดฟ้าขาวนั้นอยู่ตรงไหน และสโลแกน Sheer Driving Pleasure ก็ไม่มีทางจะรับรู้ได้จากการยืนจ้องรถที่จอดนิ่งสนิทอยู่บนโชว์รูม หรือลองผุดลุกผุดนั่งบนเบาะทุกตำแหน่งพร้อมปิดประตูโครมครามดูสักสองสามครั้งจริงไหมครับ ดังนั้น รถที่สร้างมาเพื่อนักขับจึงควรจะทดลองขับจริงเท่านั้น

แต่ในชีวิตจริงพวกคุณคงทราบกันดีว่าอย่าว่าแต่จะไปสนามเลย แค่ขอลองขับให้ได้ระยะทางสักราว 10-20 กิโลเมตร เหมือนกับชีวิตประจำวันก็เป็นเรื่องยากแล้ว ทว่าในทริปนี้คุณจะได้ขับรถระยะทางรวมเกือบ 500 กิโลเมตร, ได้ขับรถมากกว่าหนึ่งรุ่น, ได้ลองในสนามปิดพร้อมมีทีม BMW Instructor คอยแนะนำ และได้พักผ่อนในโรงแรมห้าดาวอย่างจัดเต็ม เรียกได้ว่าถ้าให้วัดกันเฉพาะในแง่การทดลองขับเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อรถสักคันแล้ว ผมยังคิดไม่ออกว่ามีโปรแกรมไหนที่ทำได้เหนือชั้นกว่านี้

คุณจะได้ทำอะไรกันบ้าง?

โชว์รูม German Auto บนถนนบางนา-ตราด มีรถจัดแสดงทั้ง BMW, BMW Motorad และ MINI
โชว์รูม German Auto บนถนนบางนา-ตราด มีรถจัดแสดงทั้ง BMW, BMW Motorad และ MINI

โปรแกรมเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันเสาร์ที่โชว์รูม German Auto ต้นถนนบางนา-ตราด พอผมเดินทางไปถึงเจ้าหน้าที่เข้ามาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี พร้อมกับนำรถส่วนตัวไปเก็บไว้ด้านในศูนย์บริการและย้ายสัมภาระไปยัง BMW คันที่ผมจะใช้ขับไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ให้เสร็จสรรพ โดยครั้งนี้ผมได้เป็นรถ BMW 520d Sport สีดำหมายเลข 7 ซึ่งก็พอดีเลย…เพราะคราวล่าสุดที่ Bimmer-th ยืมรถมาทำรีวิวนั้น ผมติดธุระและไม่สามารถปลีกตัวมาทดลองขับได้ ระหว่างรองานเริ่มก็สามารถเข้าไปเดินพักผ่อนชมรถในโชว์รูมกันไปเพลินๆ แถม German Auto ยังเตรียมอาหารว่างกับกาแฟจาก Dean & Deluca เอาไว้ให้รองท้องอีกต่างหาก

(ซ้าย) คุณปิยวิทย์ เขมะรังสรรค์ ประธานกรรมการ German Auto (ขวา) คุณวุฒินันท์ สภาวสุ BMW Instructor

ก่อนจะออกเดินทาง คุณปิยวิทย์ เขมะรังสรรค์ ประธานกรรมการ German Auto ขึ้นมากล่าวต้อนรับลูกค้าทุกท่านอย่างเป็นกันเอง จากนั้นก็ส่งไมค์ต่อให้ คุณเบี๊ยด วุฒินันท์ สภาวสุ แห่งทีม BMW Instructor ช่วยสอนจัดท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง แนะนำผลิตภัณฑ์ และนัดแนะเส้นทางกับรูปแบบขบวนกันคร่าวๆ โดยเราจะออกเดินทางไปในลักษณะที่เรียกว่า “Loose Convoy” หรือเป็น “ขบวนหลวมๆ” แซงกันเองได้ตามจังหวะการจราจรและความเหมาะสม ข้อแม้มีเพียงอย่างเดียวคืออย่าแซงรถนำขบวน หรือ “Lead Car 1”

ส่วนจุดหมายปลายทางแรกที่เราจะเดินทางไปก็คือ ร้านอาหาร Midwinter Green เพื่อเติมพลังกันก่อนเข้าไปสนุกกันในสนาม 8 Speed Motor ที่อยู่ห่างจากร้านไปเพียง 2 กิโลเมตร และถ้าเผื่อใครอยากจะทดลองใช้ระบบนำทาง ก็สามารถกดปุ่ม Preset บนคอนโซลกลางที่ทีมงานตั้งค่าจุดหมายเอาไว้ให้ล่วงหน้าไปด้วยได้

ผมขึ้นรถมาพร้อมกับพบว่าทีมงานเตรียมขนมใส่ถุงเล็กๆ มาวางไว้บนเบาะหลังให้แล้วด้วย ถือเป็นความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มีให้สัมผัสกันได้ตลอดทั้งงาน เราใช้ความเร็วเดินทางตามกฎหมายกำหนดคือ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผ่านถนนพหลโยธินที่พื้นผิวเป็นคอนกรีต มีรอยต่อ รอยปะที่ไม่เรียบ รวมถึงหลุมบ่อความเสียหายจากรถบรรทุกที่สัญจรผ่านเป็นประจำ

ช่วงล่างของ 520d Sport สามารถซึมซับแรงสะเทือนจากผิวขรุขระเหล่านั้นได้เรียบและทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นอีกมาก แม้ว่าล้อที่ใช้จะมีขนาดถึง 18 นิ้ว พร้อมกับยางรันแฟลตแก้มเตี้ยซีรีส์ 45 การจั๊มพ์คอสะพานมีบางจังหวะที่โช้คอัพยุบตัวจนสุดและทำให้รู้สึกว่าเซ็ทมานุ่มเกินไปบ้าง แต่ผมพบว่าโอกาสที่จะเกิดอย่างนั้นมีน้อยมากจนแทบไม่ถึงร้อยละ 10 เรียกว่าต้องเป็นสันคอสะพานที่ดุจริงๆ เท่านั้นถึงจะออกอาการ ส่วนช่วงจังหวะอื่นๆ อีกกว่า 90% ของการเดินทาง 520d Sport ให้ความรู้สึกนิ่ง หนึบ แน่น และเอาอยู่ได้สบายๆ

สิ่งที่น่าแปลกใจอีกเรื่องคือความเงียบของห้องโดยสาร อันที่จริงมันเงียบจนแม้แต่เสียงแตรของรถเองก็ยังรู้สึกเหมือนอยู่ห่างหน้ารถออกไปอีกหลายสิบเมตร (แต่นอกรถดังนะ) ตลอดการเดินทางผมไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังขึ้นเพื่อที่จะสนทนากับคนในรถ หรือยกมือซ้ายขึ้นมาทำท่าราวกับว่าตัวเองเป็น Harry Potter กำลังร่ายมนต์สั่งให้เครื่องเสียงเร่งหรือลดระดับเสียงผ่านระบบ Gesture Control กันอยู่บ่อยๆ ต้องขอบคุณที่ BMW ติดตั้งกระจกแบบใหม่ที่เรียกว่า Acoustic Glass ซึ่งเก็บเสียงลมและเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมาให้ในรถรุ่นใหม่ๆ แทบทุกรุ่น

แค่เพียงสองชั่วโมงเราก็มาถึงจุดนัดหมายแรกคือ ร้านอาหาร Midwinter Green โดยทีมงานสั่งอาหารเอาไว้ให้เรียบร้อย แต่ถ้าคุณผู้อ่านท่านไหนที่มีโอกาสได้มาอย่างผมก็ขอเตือนเอาไว้ตรงนี้ครับว่าอย่าทานเพลินกันจนอิ่มแปล้ เพราะสองนาทีหลังขับรถออกจาก Midwinter Green สิ่งที่รอคุณอยู่คือสนาม 8 Speed Motor ที่คุณจะต้องทั้งทดสอบเบรกฉุกเฉิน วิ่งซิกแซก ขับวนรอบสนาม นั่ง Hot Lap กันจนครบรถทั้งสามรุ่น และสำหรับ X3 คุณก็จะต้องขับมันเข้าป่าย่อมๆ ผ่านเนินสูงชันราวกับเป็นภารกิจพิชิตดาวอังคารขนาดย่อส่วน ถ้าเกิดอาการอาหารย้อนศรจะมาว่ากันไม่ได้แล้วนะครับ

ได้เวลาลงสนาม! เริ่มต้นสถานีแรก Brake Test

สนามถูกจัดไว้เป็น 3 สถานีย่อย และคุณจะได้ลองขับรถที่นี่กันจนครบทุกรุ่น สถานีแรกเป็นการทดสอบเบรกและทำความคุ้นเคยกับรถด้วยการวนสนามรอบเล็กและเลี้ยวหลบไพล่อนคล้ายๆ การทำ Slalom รอบนี้ผมได้ขับ 520d เช่นเคย

กดคันเร่งพารถทะยานออกจากจุดสตาร์ททั้งในโหมด Comfort และ Sport (หรือจะ Eco Pro ก็ได้ตามอัธยาศัย แต่นี่เราไม่ได้มาแข่งประหยัดน้ำมัน…) ตอนออกตัวรถมีจังหวะอมคันเร่งรอไว้อยู่นิดนึงก่อนจะพุ่งออกไป ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการเซ็ทมาเพื่อป้องกันความเสียหายกับระบบขับเคลื่อน เพราะการส่งแรงบิดขนาด 400 นิวตันเมตร ปั้ง! ลงไปอย่างฉับพลันนั้น ไม่ต่างอะไรจากการที่คุณนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วมีรถวิ่งมาชนจากด้านหลัง ซึ่งไม่ดีกับชิ้นส่วนแน่

หลังจากนั้นความเร็วไต่ขึ้นไวแต่สุขุมสมกับมาดรถผู้ซาลูนบริหารจนผมต้องรั้งเท้าขึ้นมาจากคันเร่งนิดๆ เพราะแค่ระยะทางสั้นๆ จากจุดสตาร์ท เข็มความเร็วบนหน้าปัดก็เกือบจะกวาดไปถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้ว (520d เคลมตัวเลข 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไว้ที่ 7.5 วินาที) พอถึงจุดที่กำหนดไว้ก็กระแทกเบรกลงไปอย่างเต็มแรงจนสุด รถสามารถหยุดได้ตั้งแต่ครึ่งแรกของซองไพล่อนพร้อมกับเปิดไฟฉุกเฉินให้อัตโนมัติ ซึ่งจะปิดให้เองเมื่อออกตัวไปตามปกติ

ท่ามกลางความเงียบสงัดใกล้เขาใหญ่ มีเพียง 630d GT ที่ส่งเสียงยางเอี๊ยดอ๊าดอย่างเกรี้ยวกราด

อะไรๆ ก็ดีหรอกครับ แต่บอกตรงๆ ว่าอิจฉาท่านที่ได้ขับ 630d GT มาก เพราะในขณะที่ 520d ออกตัวกันไปอย่างเรียบร้อย 630d GT กลับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตอนเร่งออกจากจุดสตาร์ทได้อย่างเร้าใจกันทุกคัน ผมถึงกับต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คบ่อยๆ ว่าประเทศไทยยังปรากฏอยู่บนแผนที่โลกและเขตเวลายังอยู่ดีที่ Timezone GMT+7 เพราะแรงบิด 620 นิวตันเมตร ที่ถูกอัดลงพื้นผิวถนนอย่างไร้ความปราณีในวันนั้นน่าจะพาประเทศไทยขยับ Timezone พร้อมกับไหลลงไปอยู่ในทะเลจีนใต้กันได้ง่ายๆ

BMW X3 กำลังเดินทางไปดาวอังคาร ส่วนหมายเลข 13 ท้ายรถเป็นการอ้างถึงยานอพอลโล 13 เพื่อแก้เคล็ด
Hill Descent Control คุมรถลงทางลาดชันได้อย่างนุ่มนวล

สถานีที่สอง Hill Descent Control in Mars?

ผมถูกส่งให้ไปขึ้น X3 xDrive20d เพื่อพาเข้าป่าย่อมๆ ไปทดสอบระบบ Hill Descent Control ควบคุมความเร็วขณะลงเนินลาดชัน จุดทดสอบเป็นเนินสั้นๆ ที่ชันจนเกือบจะได้เรื่อง แต่ทันทีที่หัวรถปักทิ่มลงไป HDC ก็เข้ามาตัดกำลังเครื่องยนต์ทันที พร้อมกับหน่วงความเร็วให้รถไต่ลงเนินไปอย่างคงที่ที่ 3 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยที่คนขับไม่ต้องไปแตะเบรกหรือยุ่งอะไรกับแป้นเหยียบเลย ถ้าอยากให้ไปเร็วขึ้นคุณก็สามารถปรับได้จากปุ่มมัลติฟังก์ชันบนพวงมาลัยที่ใช้กำหนดความเร็ว Cruise Control ได้อีกด้วย

บอกไว้นิดนึงว่ามันจะทำงานก็ต่อเมื่อระบบถูกเปิดจากสวิทช์ข้างฐานคันเกียร์และเนินมีความชันมากกว่า 8 องศา เท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเพราะ X3 สามารถรับมือกับเนินที่ชันได้ถึง 45 องศา แต่ถ้าคุณนึกไม่ออกว่านั่นมันชันขนาดไหน ก็ลองเทียบจากมาตรฐานความชันของเส้นทางบนถูเขาตามกำหนดของกรมทางหลวงดูก็ได้ เพราะค่าที่กำหนดไว้จะอยู่ที่เพียง 8 – 12 องศา เท่านั้น

สถานีที่สาม Full Course Run

คราวนี้ล่ะที่คุณจะได้ขับรถทุกรุ่นไปรอบสนามใหญ่ตามรถนำที่ขับโดย Instructor และผมจะได้ลอง 630d GT ให้สมใจอยากซะที (ใช่แล้วครับ…ผมพลาดรถทดสอบที่ Bimmer-th เรายืมมาอีกแล้ว มันต้องเป็นความตั้งใจของ อู๋ Spin 9 ที่จะแกล้งผมแน่ๆ) สำหรับใครก็ตามที่เคยบ่นว่า BMW เครื่องดีเซล TwinPower Turbo ก็แรงดีอยู่หรอก แต่ด้วยธรรมชาติของดีเซลที่รอบจะไหลไปสุดแค่ที่ราว 4,000 กว่าๆ รอบ/นาที และแรงบิดที่เริ่มปักหัวลงตั้งแต่ยังไม่ 3,000 รอบ/นาที ทำให้มันยังขาดบุคลิกมันส์ๆ แบบเบนซินรอบจัดไป

แม้ว่าทุกคันจะโชว์สมรรถนะในสนามได้อย่างยอดเยี่ยม แต่พระเอกในงานนี้คือ 630d GT กับแรงบิดมหาศาลของมัน

630d GT จะมาทำลายความเชื่อนั้นลงจนหมดเกลี้ยง ตลอดสนามที่ผมต้องไล่ตามรถนำซึ่งเป็น 330e ที่ขับโดย BMW Instructor มันสามารถทำให้ผมลืมเบนซินเทอร์โบไปชั่วขณะ คุณลองคิดดูแล้วกันว่ารถความยาวระดับน้องๆ ซีรีส์ 7 หนักเกือบสองตัน กับท้ายรถที่จุของได้มากยิ่งกว่า X3 กลับออกอาการดีดดิ้นในโค้งด้วยแรงมหาศาลที่ส่งตรงลงไปยังล้อคู่หลังได้ราวกับรถสปอร์ตพร้อมกับไล่ตามคันหน้าได้ด้วยความรู้สึกว่ารถกำลังแฮปปี้ที่สุด …แน่นอนว่าทั้งหมดนี่ทำในโหมด Comfort ดังนั้นจึงไม่ต้องไปคิดถึงโหมด Sport ด้วยซ้ำ

แต่เรื่องที่เซอร์ไพรสไม่แพ้กันก็คือ X3 ตัวสูงที่สุดในงานที่ผมเพิ่งจะลุยป่าไปหมาดๆ กลับสามารถวิ่งไล่ตามขบวน 330e, 520d, 630d GT ได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร แถมฟีลลิ่งคนขับที่อยู่หลังพวงมาลัยก็ไม่ได้เครียดจนเหงื่อตกอีกด้วย มันมีอาการโคลงตัวจำกัด และถือว่าควบคุมตัวถังได้นิ่งมากสำหรับรถประเภทนี้ การกระจายน้ำหนักหน้า/หลังแบบ 50:50 ตามแบบฉบับ BMW นั้นส่งผลดีต่อการขับขี่จริงๆ

Hot Lap ส่งท้าย

ขับกันเองมาทั้งวันแล้วก็ถึงเวลาขยับมาเป็นผู้โดยสารในรถที่ขับโดยนักขับมืออาชีพบ้าง ทีมงานต้องการแสดงให้เห็นว่ารถที่เราขับกันมา ซึ่งใครก็ได้สามารถเดินเข้าไปซื้อที่โชว์รูม BMW ได้ เมื่อมีมืออาชีพอยู่หลังพวงมาลัยแล้วมันจะเปลี่ยนไปเป็นรถคันละคันได้มากขนาดไหน ทุกคนที่ขึ้นรถไปจะได้รับการกล่าวต้อนรับด้วยการถอยหลังทำ J-Turn จากนั้นก็ออกวิ่งรอบสนามแบบใส่ไปเต็มๆ โดยปิดระบบตัวช่วยต่างๆ ทั้ง DSC และ Traction Control ไปจนเกลี้ยง แถมท้ายด้วยการทำโดนัทและดริฟท์ก่อนส่งลงหน้าออฟฟิศของสนามให้เข้าไปพักผ่อนให้เลือดไหลเวียนกันสักครู่ เชื่อว่าทุกคนคงทึ่งกับสมรรถนะว่ารถมาตรฐานจากโรงงานสามารถทำได้ขนาดนี้ ซึ่งมีประโยชน์มากในกรณีที่จำเป็นต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันในรูปแบบต่างๆ ดังนั้น การได้มาขับรถในสนามแบบนี้บ้างเป็นครั้งคราวจึงนับเป็นเรื่องดี ขอเพียงอย่างเดียวก็คืออย่าริไปลองเล่นอะไรแบบนี้บนถนนกันเองเพราะอาจเกิดอันตรายได้ต่อท่านและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ได้ครับ

ปิดรายการด้วยอาหารค่ำและคอนเสิร์ต

เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งครึ่งบ่ายกลางแดดร้อนจัดที่อุณหภูมิระดับ 35 องศาเซลเซียส พอพลบค่ำการลงมานั่งรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ชุดใหญ่ กับการเล่นเกมส์ตอบคำถามชิงรางวัลเล็กๆ น้อยๆ พร้อมกับชมคอนเสิร์ตสดจากนักร้องมุกเยอะอย่าง คุณว่าน ธนกฤต อากาศที่เปลี่ยนจากร้อนระอุกลายมาเป็นลมเย็นอ่อนๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในค่ำคืนนั้นน่าบันเทิงเริงรมย์เป็นอย่างยิ่ง ใครอยากรับประทาน ร้องเพลง สังสรรค์อะไร ก็ว่ากันไปตามอัธยาศัยครับ (หรือจะเซ็นใบจอง BMW สักคันก็ได้นะ!)

แต่งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา วันรุ่งขึ้นคณะ BMW ออกเดินทางจากโรงแรม atta lakeside resort suite ในช่วงราว 10.30น. ผลัดกันตามผลัดกันแซงมาตลอดทางอย่างสนุกสนาน และเมื่อเรากลับมาถึงโชว์รูม German Auto ที่บางนาในช่วงราวบ่ายโมงตามกำหนดการนั้นก็ได้พบกับความใส่ใจชิ้นสุดท้ายที่ทีมงานทุกคนมอบให้ครับ รถส่วนตัวของผมถูกล้างทำความสะอาดเรียบร้อยหมดจดทั้งภายนอกภายใน กลับรถหันหน้าออกในช่องจอดที่พร้อมให้ขับออกไปได้โดยง่าย และมีทีมงานมาช่วยขนกระเป๋าจาก 520d Sport ไปใส่ท้ายรถให้เสร็จสรรพเช่นเคย

จบงานสองวันหนึ่งคืนกันไป ผมได้ทั้งขับรถทางไกล ได้ความสนุกในสนามทดสอบ ได้ไปสูดอากาศสดชื่นที่เขาใหญ่ ได้บรรยากาศเป็นกันเองจากทีมงานคุณภาพทั้งจาก German Auto และ BMW Instructor ทีม xSpan ก็คงจะสรุปได้แล้วว่าภารกิจตามล่าหาความสุขแห่งการขับรถ BMW ของ German Auto นั้น เสร็จสิ้นลงได้อย่างสมบูรณ์พร้อม

Pleasure. Discovered.

ขอขอบคุณ
BMW German Auto และทีมงานทุกท่าน
BMW Driving Instructor
ภาพสวยๆ จาก BMW Photographer

 

The following two tabs change content below.
Thanapol Ratanaboon
มนุษย์เงินเดือนผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์สมรรถนะยอดเยี่ยม นักแข่งรถสมัครเล่นที่มักจะพบเห็นวิ่งดมฝุ่นอยู่ท้ายสนาม นักแปลบทความอิสระนิตยสาร BMW Car Magazine และ GT Porsche และหนึ่งในทีมงาน Bimmer-th.com

Comments

comments