ไขปริศนา: ทำไมยางรันแฟลตยังต้องเติมลม?

คุณผู้อ่าน Bimmer-th ที่เป็นเจ้าของ BMW ตั้งแต่ช่วงปี 2004-2005 ขึ้นมาเป็นส่วนใหญ่ และยังใช้ล้อยางขนาดมาตรฐานจากโรงงาน ก็จะได้ยางชนิดพิเศษที่สามารถวิ่งได้แม้ในขณะไม่มีลมหรือที่เรียกว่า Run-flat tires (RFT) ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่นอกจากชื่อสั้นๆ จำง่ายของมันแล้ว เรื่องราวของมันกลับไม่ค่อยมีใครนำมันมาเขียนถึงในเชิงลึกกันสักเท่าไหร่ แล้วแท้ที่จริงยางรันแฟลตทำงานอย่างไร และชื่อ Run-flat ซึ่งแปลตรงตัวว่าวิ่งได้ขณะไม่มีลม แสดงว่าไม่ต้องเติมลมเลยก็ได้ใช่ไหม? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปหาคำตอบกัน

rft-structure

What is Run-Flat Tire? ยางอะไรทำไมถึงแบนแล้วก็ยังวิ่งได้?

อย่างที่บอกไปว่าชื่อของมันก็บอกคุณสมบัติของมันเอาไว้อย่างตรงตัวอยู่แล้ว ‘Run-flat tire’ ก็คือยางที่สามารถวิ่งได้แม้ขณะไม่มีแรงดันลมยาง ส่วนสาเหตุที่มันทำแบบนั้นได้ก็เพราะคุณสมบัติพิเศษ 2-3 อย่างที่ยางประเภทนี้พกติดตัวมาด้วย ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อของผู้ผลิต โดยส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่ยางรันแฟลตมีเหมือนกันคือ 1) แก้มยางที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยการปรับสูงเนื้อยางตรงบริเวณแก้ม หรือการเสริมโครงสร้างพิเศษไว้ด้านใน 2) ขอบยางขนาดใหญ่และหนากว่าปกติ เพื่อยึดยางให้เกาะติดอยู่กับขอบล้อได้แม้ตอนยางไม่มีแรงดันลม แตกต่างจากยางทั่วไปที่สามารถบิดตัวและดิ้นหลุดออกมาได้ และ 3) เนื้อยางบริเวณขอบผลิตด้วยสูตรทนความร้อนสูงพิเศษ เพราะยางที่ไม่มีแรงดันลมจะเกิดความร้อนสะสมสูงมากในขณะหมุน

punctured-tire

เมื่อคุณเผลอขับรถไปทับตะปูหรือจอดรถไว้เฉยๆ แล้วมีตะปูมาทิ่มล้อ (เราจะไม่พูดถึงสาเหตุว่ามันอาจจะเป็นเรื่องระหองระแหงระหว่างคุณกับกิ๊กจนเขาตามมาเอาคืนอะไรเทือกนั้นหรอกน่ะ…ไม่ต้องห่วง) จนลมรั่วออกไปจนหมด คุณสมบัติทั้งสามข้างต้นก็จะช่วยพยุงให้แก้มยางเส้นที่รั่วยังคงตั้งอยู่ในลักษณะเกือบตรงจนดูเหมือนแค่ลมยางอ่อนเท่านั้น คุณจึงยังสามารถขับรถต่อไปได้ โดยมีข้อแม้จาก BMW และผู้ผลิตยางว่าไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. และไม่ควรขับเป็นระยะทางเกิน 150 กิโลเมตร ซึ่งมีการคำนวณมาแล้วว่าเพียงพอที่จะให้คุณสามารถเคลื่อนย้ายรถไปยังที่ปลอดภัยหรือศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดได้ แทนที่จะต้องหยุดกลางทางเพื่อลงไปเปลี่ยนยางซึ่งเสี่ยงต่ออันตราย (ลองนึกถึงว่าคุณไปเกิดยางรั่วอยู่บนบูรพาวิถีหรือตามทางเลี่ยงเมืองกลางดึกดูสิ) และเป็นความเร็วที่ไม่ช้าเกินไปจนเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายทั้งกับตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางด้วย

rft-logo-combined
โลโก้บ่งบอกว่าเป็นยางชนิดรันแฟลตแตกต่างกันไปตามผู้ผลิต ในบางครั้งนอกจากจะมีสัญลักษณ์ RSC แล้ว ผู้ผลิตก็จะพิมพ์โลโก้ของตัวเองลงไปด้วย

How can I tell if my car’s tires are Run-flats? จะทราบได้อย่างไรว่ารถของคุณใช้ยางรันแฟลตอยู่?

วิธีสังเกตว่ายางของรถคุณเป็นแบบรันแฟลตรึเปล่านั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณเดินไปที่ล้อรถสักด้านหนึ่ง จากนั้นก็ก้มลงมองตัวอักษรที่เขียนอยู่บนแก้มยาง มองหาสัญลักษณ์คำว่า “RSC” ซึ่งมาจากคำว่า “Run Flat System Component”  ถ้ามีปั๊มเอาไว้ก็แน่ใจได้เลยว่ายางติดรถของคุณเป็นยางชนิดรันแฟลต นอกจากนี้ ผู้ผลิตยางแต่ละรายก็อาจจะมีการปั๊มสัญลักษณ์อื่นที่ใช้เรียกยางประเภทรันแฟลตของตน เช่น Bridgestone จะใช้โลโก้พร้อมตัวอักษร “RFT” (Run-flat technology) หรือ Continental ก็จะใช้ชื่อรุ่นยางที่มีคำว่า “SSR” (Self-Supporting Run-Flat Tire) ต่อท้าย เป็นต้น

ใบ้ให้อีกนิดนึงว่าถ้าคุณพบเห็นยางที่มีสัญลักษณ์รูปดาวอยู่บนแก้มยาง นั่นแปลว่าเป็นยางที่ผ่านการปรับจูนร่วมกันระหว่าง BMW และผู้ผลิตแล้ว ดังนั้น เวลาที่เจอทั้งดาวและ RSC ปรากฎอยู่คู่กันจึงสบายใจได้เลยว่า ยางเส้นนั้นเป็นแบบรันแฟลตและทำมาสำหรับ BMW ด้วย

bmw-star-rft

แต่ถ้าหาแล้วไม่พบแต่ยังไม่แน่ใจว่ามันหลุดรอดสายตาเราไปหรือไม่ ทางที่ดีคือควรสอบถามโดยตรงกับบริษัทผู้ผลิตยางว่าเป็นชนิด Run-flat หรือเปล่า

tire-pressure-label

Any specific way to maintain those Run-flat tires? ยางรันแฟลตต้องได้รับการดูแลอย่างพิเศษไหม?

คำตอบสั้นๆ ก็คือ “ไม่” แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณไม่ต้องดูแลยางรันแฟลตนะ! ที่เราบอกว่ามันไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษนั้นก็เพราะยางรันแฟลตต้องการการดูแลเหมือนกับยางปกติทั่วไปต่างหาก ซึ่งนั่นก็หมายถึงการหมั่นตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ เติมลมยางให้มีแรงดันอยู่ในค่าที่กำหนดไว้สำหรับรถแต่ละคัน (ถ้าไม่ทราบให้ลองเปิดประตูฝั่งคนขับ แล้วก้มลองไปมองหาแถบสติ๊กเกอร์บนเสา B จะมีข้อมูลเกี่ยวกับลมยางบอกเอาไว้) และสลับยางถ่วงล้อตามระยะเช่นเดียวกับยางธรรมดาทุกประการ อย่าได้เข้าใจไปเชียวล่ะว่ายางรันแฟลต นั้นเกิดมาเพื่อวิ่งแบบไร้แรงดันลม เพราะนั่นเป็นเพียงคุณสมบัติพิเศษที่ผู้ผลิตเขาคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคุณให้รอดพ้นในยามคับขันเท่านั้น ให้จำไว้ว่ายางแบบที่ไม่ต้องเติมลมเลยตลอดชีวิตในปัจจุบันมีอยู่เพียงชนิดเดียวคือ “ยางตัน”

e61_flat_3g_rft

Driving with a flat Run-flat tire? ตอนยางรันแฟลตแบนต้องขับอย่างไร?                   

เมื่อมีสัญลักษณ์เตือนความดันลมยางต่ำขึ้นบนหน้าปัด หรือมีข้อความแจ้งเตือน Tire pressure loss บนหน้าปัด แสดงว่าล้อคู่ใดคู่นึงมีแรงดันลมยางต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (ข้อมูลบางแหล่งบอกว่าตั้งแต่ 5 ปอนด์ ขึ้นไป) และมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว ถ้าขณะนั้นรถกำลังวิ่งอยู่ ให้หาจังหวะค่อยๆ เปลี่ยนเข้าเลนซ้ายสุด พร้อมกับชะลอความเร็วให้เหลือต่ำกว่า 80 กม./ชม. และประคองรถไปหาจุดพักรถที่ปลอดภัยหรือศูนย์บริการ หลีกเลี่ยงการเร่ง เบรค หรือหักเลี้ยวอย่างกระทันหัน แม้ว่ายางรันแฟลตจะถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้น และระบบช่วยเหลือการขับขี่ทุกอย่างในรถยังคงทำงานตามปกติก็ตาม  ทั้งนี้ เพราะคุณไม่อาจแน่ใจได้ว่าจุดพักรถหรือศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดจะอยู่ห่างออกไปกี่กิโลเมตร ฉะนั้นจึงควรถนอมยางไว้ให้มากที่สุดจะดีกว่า  นอกจากนี้ รถบางคันที่ติดตั้งออพชัน Adaptive Drive มาด้วย ตัวระบบก็จะปรับสมดุลย์ของตัวรถโดยถ่ายน้ำหนักไปยังล้ออื่นๆ เพื่อลดภาระที่ตกอยู่บนล้อข้างที่มีปัญหาให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งเป็นการช่วยรักษาสภาพยางให้สามารถขับได้อย่างปลอดภัยในระยะทางไกลขึ้นนั่นเอง

ทั้งหมดนั้นคือเรื่องราวของยางรันแฟลต ซึ่งติดรถ BMW ใหม่ทุกคันออกจากโรงงานในทุกวันนี้ ก่อนจากกันขอทิ้งท้ายไว้กับประโยคที่ว่า “วันนี้คุณเช็คลมยางรันแฟลตของคุณแล้วหรือยัง?”

รูปภาพจาก Autoblog, Bridgestone, Pirelli, Continental, YouTube

The following two tabs change content below.
Thanapol Ratanaboon
มนุษย์เงินเดือนผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์สมรรถนะยอดเยี่ยม นักแข่งรถสมัครเล่นที่มักจะพบเห็นวิ่งดมฝุ่นอยู่ท้ายสนาม นักแปลบทความอิสระนิตยสาร CAR และ GT Porsche และหนึ่งในทีมงาน Bimmer-th.com

Comments

comments