5 สิ่งที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับเบื้องหลัง BMW Virtual Experience

เมื่อราวปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา BMW ได้สร้างปรากฎการใหม่อีกครั้งกับการเผยโฉม The New BMW 5 Series รุ่นใหม่ที่จะมาปฏิวัติวิถีชีวิตเดิมๆ ของคุณโดยการเปิดตัวในครั้งนี้ มิใช่เพียงงานเปิดตัวแถลงข่าวเปิดผ้าคลุมรถเหมือนทั่วไป แต่ BMW ได้เลือกที่จะใช้รูปแบบการนำเสนอที่ต่างออกไป ผ่านการถ่ายทำ Virtual VDO แบบ Long take ซึ่งจะมีไฮไลทเด็ดอย่างไรบ้างนั้น Bimmer-th จะขออาสาพาทุกท่านไปชมเบื้องหลังกันครับ

  1. 5 Series ประกอบฉาก

ในคลิป BMW Virtual Experience ครั้งนี้นั้นได้มีการนำรถยนต์ BMW 5 Series เข้ามาประกอบฉากแบบครบทุกรุ่นตั้งแต่เริ่มการผลิดครั้งแรกเมื่อปี 1971 จนถึงปี 2010 ซึ่งมีมากถึง 6 เจนเนอแรชั่น เพื่อเป็นการให้ผู้ชมได้เห็นถึงพัฒนาการแต่ล่ะยุคสมัยของ BMW 5 Series ซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกในทุกทศววรรษ โดยความยากของการถ่ายทำในเรื่องนี้คงจะหนีไม่พ้นการตามหารถยนต์ 5 Series ในแต่ล่ะเจนเนอแรชั่นที่ต้องมีสภาพที่สมบูรณ์ไม่ต่างจากวันแรกที่ออกจากโรงงาน ซึ่งทางทีมงานถ่ายทำก็ได้รับความช่วยเหลือจากทีม Partner อย่าง BMW Car ที่ช่วยหารถทั้ง 6 คันได้สำเร็จในระยะเวลาไม่ถึงเดือน

2. การถ่ายทำแบบ Long take

เป็นครั้งแรกของวงการรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมที่เลือกใช้การถ่ายทำการเปิดตัวรถยนต์แบบ Long take ซึ่งเป็นการถ่ายทำในแบบที่ผู้กำกับจะไม่สั่งคัทหรือตัดต่อช่วงใดช่วงหนึ่งเลยระหว่างที่เดินกล้องจนจบคลิป ความยากในการถ่ายทำครั้งนี้คือการที่ทีมผู้ถ่ายจะต้องถ่ายรถให้ครบทั้ง 6 คัน พร้อมกับหน้าจอขนาดยักษ์ซึ่งมีความสูงถึง 7 เมตร ซึ่งไม่มีสตูดิโอไหนในไทยมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการถ่ายทำแบบนี้ ทำให้ทีมผู้ถ่ายต้องเลือกใช้เทคนิดการถ่ายทำแบบละครเวที ซึ่งทีมงานได้ออกแบบการวางฉากไว้ในลักษณะสามเหลี่ยม โดยพิธีกรจะเดินสลับตำแหน่งไปเรื่อยๆ คล้ายเดินรอบวงกลม

นอกเหนือจากความยากในการออกแบบจากพื้นที่ที่จำกัดแล้ว เรื่องของการเตรียมฉากเองก็ต้องรวดเร็วและต้องเป็นไปแบบเงียบๆ อีกด้วย เพราะรถยนต์ทั้ง 6 คันที่เอาเข้าฉากนั้นจะไม่สามารถสตารท์เครื่องยนต์ได้เลยเนื่องจากการถ่ายทำในครั้งนี้ ใช้การอัดเสียงสด ซึ่งหากมีการสตารท์เครื่องยนต์ขึ้นมาจะทำให้เสียงเข้าไมค์ของพิธีกรทำให้ต้องใช้ทีมงานหลายคนในการเข็นรถเข้าออก ตัวแสดงประกอบเองก็ต้องจำจังหวะเข้าออกฉากที่ตรงกับมุมกล้องที่เตรียมไว้ จึงไม่มีพื้นที่พอให้ความผิดพลาดใดๆ แม้เล็กน้อยเพราะนั้นหมายถึงการต้องถ่ายทำทุกอย่างใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น

3. อุปกรณ์ประกอบฉาก

นอกเหนือจากการนำรถ 5 Series เข้าฉากครบทุกเจนเนอแรชั่นแล้ว อุปกรณ์ประกอบฉากที่แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของยุคนั้นๆ  เมื่อ 30 ปีที่แล้วก็ถูกนำมาใช้เพื่อเสริมให้แต่ล่ะฉากดูสมจริงมากขึ้น อาทิ กล้องโพลารอยด์, ibook หรือเครื่องโน๊ตบุ๊คของ Apple แม้จะอยู่ในหน้าจอแค่ไม่กี่วินาที แต่ก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ภาพรวมของ BMW Virtual Experience ครั้งนี้สมบูรณ์มากขึ้น

4. เครื่องแต่งกาย

ถ้าท่านที่ชื่นชอบในเครื่องแต่งกายจะเห็นได้ว่าจากคลิป BMW Virtual Experience เราจะเห็นเสื้อผ้าของตัวแสดงประกอบที่จะมีลูกเล่นรายละเอียดที่แสดงเห็นเห็นถึงทศวรรษนั้นๆ ที่ BMW 5 Series รุ่นนั้นเกิด ทุกชุดทั้งของนักแสดงและผู้บริหารถูกตัดทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่ง BMW ได้ทีมงานเสื้อผ้ามือฉกาจอย่าง Tube Gallery เข้ามารังสรรค์ให้ทันในระยะเวลาที่จำกัด จนได้ออกมาเป็นชุดที่ตรงยุค ตรงสมัย สวยสมจริง อย่างที่เราได้เห็น

5. ครั้งแรกของ 3 พิธีกรกับการถ่ายทำแบบ Long take

BMW Virtual Experience ครั้งนี้ถ่ายทอดผ่านทั้ง 3 ช่องทางคือทางช่องทาง The Standard รับหน้าที่โดยคุณเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ช่องทาง Workpoint รับหน้าที่โดยคุณซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ และ BMW Thailand รับหน้าที่โดย คุณอู๋ อติชาญ เชิงชวโน

ซึ่งทั้ง 3 พิธีกรต้องรับหน้าที่อย่างหนักสำหรับการเตรียมความพร้อมในเรื่องของบทพูดและคิวการเข้าออกฉาก แต่ล่ะท่านต้องซ้อมคิวกันอย่างหนักถึง 15 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้การถ่ายทำวีดิโอ Long take ที่ไม่สามารถผิดพลาดได้เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ถึงแม้พิธีกรทั้ง 3 ท่านจะมีเวลาเตรียมตัวน้อยเพียงแค่ 3 วัน แต่พิธีกรทุกท่านก็ไม่ทำให้ทีมงานผิดหวังพวกเขาทุ่มเทให้สุดพลัง จนทำให้ทีมงานสามารถถ่ายทำวีดิโอ Long take ที่มีความหินจบได้ภายในเวลา เป็นผลงานคุณภาพอีกชิ้นที่เราต่างชื่นชม

เรื่องราวเบื้องหลังทั้ง 5 ข้อของ BMW Virtual Experience ไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ ทุกท่านยังสามารถรับชมวีดิโอเบื้องหลังการถ่ายทำในครั้งนี้ได้ผ่านวีดิโอชุดนี้ ซึ่งจะทำให้เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานกว่า 120 ชีวิต ที่ผลักดันทำให้งานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้
“เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า โลกเปลี่ยนไปแล้ว บีเอ็มดับเบิลยูก็เปลี่ยนก็เปลี่ยนแล้วเช่นกัน แล้วคุณล่ะพร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยน?”

Comments

comments