เผยโฉม BMW X4 เจนเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมเครื่องดีเซลตัวโหด M40d 326 แรงม้า

หลังจากที่ X3 ซึ่งเป็น SUV/Crossover ขนาดกลางของทางค่ายเผยโฉมมาได้ประมาณครึ่งปี คราวนี้เป็นคิวของคู่แฝด ที่มีโครงสร้างร่างกระดูกร่วมกัน แต่มีสไตล์และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่าง นี่คือ BMW X4 เจนเนอเรชั่นที่สอง ซึ่งใช้รหัสตัวถัง G02 (X3 จะใช้รหัสตัวถังว่า G01) ซึ่งมีกำหนด World Premiere ในเดือนมีนาคม 2018 ที่งาน Geneva

X4 รุ่นที่แล้วนั้น แม้ว่าไม่ใช่รถที่มียอดขายท้อปฮิตสุดๆของทางค่าย แต่ก็สามารถจกเงินจากกระเป๋าลูกค้าไปได้มากกว่า 200,000 คน โดยในครั้งนี้ X4 ซึ่งเป็น SAC ของทางค่าย (Sports Activity Coupe – ค่ายนี้ดูจะไม่ยอมใช้คำว่า SUV/Crossover แบบชาวบ้านเขาเลย) ได้รับการปรับปรุงในหลายมิติ สิ่งที่สำคัญนอกจากการขยายขนาดตัวให้โดขึ้นในแทบทุกด้านแล้ว ก็ยังมีการบรรจุเทคโนโลยีการขับเคลื่อนใหม่ๆเข้าไป เฉกเช่นเดียวกับที่ X3 รุ่นใหม่ได้รับ

แนวทางการพัฒนารถใหม่ของ BMW ในระยะหลังๆนี้จะมีสูตรที่คล้ายกัน คือการประเคนเทคโนโลยี เพิ่มความปลอดภัย และพยายามทำให้ตัวถังเบาลง ในขณะที่ X3 G01 ได้โครงสร้างที่เบากว่ารุ่นเก่า 55 กิโลกรัม X4 รุ่นใหม่ก็เบาลง 50 กิโลกรัม

ดีไซน์ภายนอกดูใหม่และมีความมนแต่บึกบึนมากกว่าแต่ก่อน ด้วยส่วนหน้าของรถที่คล้ายกับ X3 รุ่นใหม่ ตามมาด้วยแนวหลังคาที่ลาดต่ำในส่วนหลัง ดูปราดเปรียว เหมาะสำหรับคนที่อยากขับ BMW ยกสูงแต่ชีวิตยังไม่พร้อมสำหรับการมีภาพลักษณ์เป็นพ่อบ้านแม่เรือน

ดีไซน์ด้านหน้าของรถ ก็เหมือนกับ X3 ซึ่งประกอบด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ให้ใหญ่ขึ้น ติดตั้งระบบ Active Flap ซึ่งสามารถปิดช่องรับอากาศข้างหน้าลงเพื่อให้รถมีความลู่ลมมากขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของ X4 G02 รุ่นมาตรฐาน จะอยู่ที่ Cd=0.30 (ในขณะที่ X3 จะเริ่มที่ 0.29) และเพิ่มเป็น 0.32 ในรุ่นท้อปยางโตชุดแต่งเยอะ

นอกจากไฟหน้า Adaptive LED พร้อมไฟตัดหมอก LED แล้ว X4 รุ่นใหม่ยังได้กระจกหน้ารถแบบเก็บเสียง (Acoustic Glass) แบบเดียวกับ X3 และลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ Driving Assistant Plus ซึ่่งเป็นระบบช่วยขับรถแบบกึ่งอัตโนมัติ

ด้านข้างของรถ มีเส้นสายคล้ายรถรุ่นที่แล้ว แต่มีการหักเส้นบนช่วงท้ายของกระจกโอเปร่าที่ทำให้รถดูเหมือนมีกล้ามมากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่รถรุ่นเดิมจะเป็นเส้นโค้งออกแนวอ่อนช้อยมากกว่า แต่การหักเส้นนี้ก็สัมพันธ์กับเส้นด้านข้างของตัวรถที่มีการหักมุมให้สะท้อนเงาอย่างมีมิติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของ BMW มาตั้งแต่ยุคที่ Chris Bangle เป็นบอสด้านการออกแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อ X4 รุ่นเดิมถูกมองว่ามีลักษณะตัวรถที่ป้อมสั้น อาจจะดูน่ารักเกินไป ทีมออกแบบกับวิศวกรเลยตกลงกันว่าจะยอมให้ X4 ใหม่มีบอดี้ที่ยาวขึ้น (ยาวกว่า X3) เพื่อให้สัดส่วนของด้านท้ายรถดูมีสง่าราศีขึ้น

รูปร่างลักษณะด้านหลัง..คราวนี้มาแปลกเพราะลักษณะเพราะไฟท้ายไม่ได้มีทรงเป็นช้อนยกหรือตัว L เหมือนรุ่นอื่นๆแล้ว แต่กลับมาเป็นเส้นตรงแบบซื่อๆแล้วไปเล่นเส้นตัว L กับดวงไฟข้างในเอา บั้นท้ายยกสูง ลูกค้าสามารถสั่งไฟท้ายแบบ LED 3D Look (ตามในภาพ) เป็นอุปกรณ์เพิ่มพิเศษได้ ท่อไอเสียจากเดิมจะมีบางรุ่นที่ออกด้านใดด้านหนึ่ง ในรุ่นใหม่นั้นไม่ว่าคุณจะสั่งรุ่นเครื่องแรงหรือไม่ ก็จะได้ท่อไอเสียแบบแยกออกฝั่งซ้าย/ขวา ของตัวถัง ซึ่งดูสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม

X4 รุ่นใหม่ มีขนาดความยาวลำตัว 4,752 มิลลิเมตร ความกว้าง (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 1,918 มิลลิเมตร สูง 1,621 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,864 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงจุดที่ต่ำสุดของตัวรถเท่ากับ 204 มิลลิเมตร ซึ่งยาวกว่ารุ่นเดิม 81 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 37 มิลลิเมตร ฐานล้อยาวขึ้น 54 มิลลิเมตร และถ้านำไปเทียบกับ X3 ก็จะพบว่า X4 ยาวกว่า (อาจจะขัดกับการเดาของบางท่าน) กว้างกว่า และเตี้ยกว่า แต่มีฐานล้อยาวเท่ากัน ส่วนความสูงจากจุดต่ำสุดของรถถึงพื้นนั้น ต่างกันแค่ 1 มิลลิเมตร ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะต่างกันทำไมแค่นี้

พื้นที่ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 525 ลิตร (น้อยกว่า X3 แค่ 25 ลิตร!) และสามารถพับเบาะเพื่อขยายเพิ่มเป็น 1,430 ลิตรได้ ตัวเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถแยกพับแบบ 40:20:40 ได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการขนของประเภทต่างๆ

 ภายในของ X4 G02 ใหม่ เปลี่ยนแปลงไปในแนวเดียวกับ X3 โดย BMW เลือกใช้ดีไซน์ธีม Hexagonal เข้ามาเป็นส่วนประกอบ ทำให้มีช่องแอร์กลางลักษณะคล้ายกับซีรีส์ 5 และ 7 ใหม่

แน่นอนว่าอะไรที่ X3 มี X4 ก็ได้มาเหมือนกัน หน้าปัดเป็นแบบจอสี TFT ขนาด 12.3 นิ้ว  จอกลางขยับขนาดเพิ่มจาก 8.8 นิ้วเป็น 10.2 นิ้ว อัปเกรดเป็นจอแบบทัชสกรีน มาพร้อมกับ iDrive Control แบบ Touchpad และมีระบบสั่งการด้วยการขยับมือ (Gesture Control) มาให้เล่นเช่นกันเผื่ออยากจะโยคะกับมือตัวเอง

การตกแต่ง เน้นความหรูหรา ใช้วัสดุที่มีสัมผัสดีกว่าเดิมในหลายจุด เช่นเดียวกับทาง X3 เช่นสวิตช์แผงควบคุมกระจกไฟฟ้าที่เป็นสีอะลูมิเนียมคล้ายซีรีส์ 5 และปรับช่องเก็บของบริเวณด้านหน้าคันเกียร์ให้จุของได้มากขึ้น สะดวกต่อการหยิบใช้เวลาเดินทาง นอกจากนี้ ในยามค่ำคืน ก็จะสามารถปรับโทนสีของไฟส่องสว่างภายในผสมกันระหว่างสีน้ำเงิน ขาว ม่วง ส้ม เขียว และอื่นๆ ให้บรรยากาศในห้องโดยสารดูน่าอภิรมย์ยิ่งขึ้นในยามกลางคืน

สำหรับออพชั่นไฮเทคอื่นๆก็มีครบ ไม่ว่าจะเป็นกุญแจสมาร์ทคีย์ที่ต้องไม่ลืมชาร์จไฟ (Display Key) ซึ่งสามารถตรวจความพร้อมของรถผ่านจอบนกุญแจได้จากระยะไกล 30-200 เมตร เช็คน้ำมันในถัง สั่งสตาร์ทรถเปิดเครื่องปรับอากาศรอได้ เปิดปิดกระจกและล็อคประตูได้ หรือระบบช่วยจอดแบบ PDC เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งสามารถจอดโดยอัตโนมัติทั้งแบบขนานทางเท้า และแบบถอยเข้าซอง เลือกจอดฝั่งซ้ายหรือขวาของถนนได้ โดยที่คนขับทำเพียงแค่ตอบ Yes/No, Left/Right แล้วก็กดปุ่ม PDC ค้างไว้จนรถจอดเสร็จ ไม่ต้องแตะอย่างอื่นเลย (เดินหน้า ถอยหลัง เข้าเกียร์เองได้)

3 รูปแบบการตกแต่งที่แตกต่าง

BMW มีรูปแบบการตกแต่ง X4 ให้เลือก 3 รสนิยม โดยแต่เดิมนั้นจะมี xLine กับ M Sport เป็นตัวยืนพื้น ล่าสุดในตัวถัง G02 นี้ BMW เพิ่มการตกแต่งแบบ M Sport X มาอีกแบบหนึ่ง จะเห็นได้ว่า BMW วาง Position รถของตัวเองชัดเจนว่ารุ่นไหนเอาใจตลาดไหน รถอย่าง X1 และ X3 จะมีรุ่น xLine, Luxury และ M Sport ในขณะที่ X2 และ X4 ไม่มีแบบ Luxury แต่มีรุ่น M Sport X เข้ามา นี่คือการปรับวิธีการตกแต่งไปตามรสนิยม/อายุของลูกค้าที่ซื้อ

xLine

เน้นความหรูแบบเรียบ ผสานเอกลักษณ์สมัยใหม่ ภายนอก บริเวณขอบกระจังหน้าจะใช้อะลูมิเนียมแบบ Satin ที่เป็นสีเงินด้าน เช่นเดียวกับบริเวณขอบกระจกและหน้าต่าง ภายในตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา และตัดด้วยขอบสีโครเมียมแบบมุก กับลายไม้สีน้ำตาลด้านแบบ Fineline Cove พวงมาลัยเป็นแบบปกติของรุ่น xLine เบาะสปอร์ตลายตัดกลางข้าวหลามตัดของ xLine

M Sport

ตกแต่งแบบสปอร์ตขึ้น ด้วยกันชนเฉพาะรุ่น M Aerodynamics Package และมีล้ออัลลอยขนาด 21 เปิดเป็นอุปกรณ์พิเศษให้เลือก มีเบรกและช่วงล่างสเป็ค M Sport ที่หนึบเกาะถนนกว่ามาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนภายในจะเน้นความดุดันทันสมัย พวงมาลัย M และเบาะหนังสปอร์ต M สีดำเย็บตะเข็บสีแดงหรือน้ำเงิน วัสดุตกแต่งภายในเป็น Aluminium Rhombicle

M Sport X

เหมือนกับรุ่น M Sport แต่เพิ่มการตกแต่งภายนอกตามจุดต่างๆด้วยวัสดุสีเทา Frozen Grey แทนที่จะเป็นสีดำ เช่นส่วนบนของช่องรับอากาศกันชนหน้า และสเกิร์ตข้าง ภายในเปลี่ยนมาใช้เบาะหนังสีแดง Tacora Red

ขุมพลังขับเคลื่อนที่มีให้เลือก

X4 xDrive20i

ใช้เครื่องยนต์ TwinPower Turbo เบนซิน 4 สูบพร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด Direct Injection ขนาดความจุเครื่องยนต์ 1,998 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชักเท่ากับ 82.0x 94.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0 : 1 ให้พลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตรตั้งแต่ 1,350-4,250 รอบต่อนาที

X4 xDrive30i

ใช้เครื่องยนต์ TwinPower Turbo เบนซิน 4 สูบพร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด Direct Injection ขนาดความจุเครื่องยนต์ 1,998 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชักเท่ากับ 82.0x 94.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0 : 1 ให้พลังสูงสุด 252 แรงม้าที่ 5,200-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรตั้งแต่ 1,450-4,800 รอบต่อนาที

X4 M40i (เปิดตัวสิงหาคม 2018)

ใช้เครื่องยนต์ M Performance TwinPower Turbo แบบ 6 สูบเรียง DOHC จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด High-Precision Direct Injection พร้อมระบบ Valvetronic และ Double-VANOS อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบ Twin Scroll ความจุ 2,998 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชักเท่ากับ 82.0×94.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0: 1 ให้พลังสูงสุด 360 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตรตั้งแต 1,520-4,800 รอบต่อนาที

X4 xDrive20d

ใช้เครื่องยนต์ TwinPower Turbo ดีเซล 4 สูบพร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดคอมมอนเรล ขนาดความจุเครื่องยนต์ 1,995 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชักเท่ากับ 84.0x 90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 ให้พลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรตั้งแต่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

X4 xDrive25d

ใช้เครื่องยนต์ TwinPower Turbo ดีเซล 4 สูบพร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดคอมมอนเรล ขนาดความจุเครื่องยนต์ 1,995 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชักเท่ากับ 84.0x 90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 ให้พลังสูงสุด 231 แรงม้าที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที

X4 xDrive30d (เริ่มผลิตเดือนสิงหาคม 2018)

ใช้เครื่องยนต์ TwinPower ดีเซล 6 สูบเรียง 24 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดคอมมอนเรล ความจุ 2,993 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชัก เท่ากับ 84.0×90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที

X4 M40d

ใช้เครื่องยนต์ TwinPower ดีเซล 6 สูบเรียง 24 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดคอมมอนเรล ความจุ 2,993 ซี.ซี. ขนาดปากกระบอกสูบxช่วงชัก เท่ากับ 84.0×90.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 ให้กำลังสูงสุด 326 แรงม้าที่ 4,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 680 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,750-2,750 รอบต่อนาที

ช่วงล่างของ X4 ใหม่ ด้านหน้า ใช้แบบ Double-joint spring strut axle ซึ่งแน่นอนว่าตัวปีกนกก็ต้องทำมาจากอะลูมิเนียม ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระ Five-link ระบบบังคับเลี้ยว เป็นพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า ตั้งอัตราทดพวงมาลัยไว้ที่ 16.8 : 1

สรุปเบื้องต้น

X4 ใหม่ก็ยังคงมีแนวคิดพื้นฐานคล้ายรถรุ่นเดิม คือการเป็น “X3 สำหรับคนที่ต้องการรถสูง แต่ไม่ดูเป็นรถครอบครัวเกินไป” ดังนั้นองค์ประกอบทางวิศวกรรหลายอย่างจึงถูกยกมาใช้ด้วยกัน สิ่งที่ทีมออกแบบทำเพิ่มให้รถรุ่นนี้คือการยืดบอดี้กับฐานล้อให้ยาว และพยายามจัดหลังคาให้ลาดอย่างได้สัดส่วน ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวรถ ทำให้เวลาดูในรูปเหมือนรถคันใหญ่กว่าความเป็นจริง

เครื่องยนต์ต่างๆที่มีให้เลือก ก็ยกมาจาก X3 ซึ่งมีตั้งแต่พละกำลังแบบเบาๆเพียงพอต่อการใช้งาน ไปจนถึงระดับ 6 สูบดุโหดทุกเม็ด เครื่องยนต์ที่มาใหม่สุดคือ M40d ซึ่งอาศัยเครื่อง 6 สูบจากรุ่น xDrive30d มาโมดิฟายต่อจนได้พลังที่สูงมาก เปิดตลาดให้กับกลุ่มดีเซล High-performance แม้ว่าในวันนี้ยุโรปจะเกลียดดีเซลกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วก็ตาม

สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่มีข่าวยืนยันชัดเจนว่า BMW Thailand จะนำรุ่นไหนเข้ามาขาย…เพราะตามธรรมเนียม BMW จะต้องนำเข้ามาก่อน จากนั้นพอเริ่มรู้กระแสตอบรับของลูกค้าก็จะนำรุ่นที่ขายได้ เข้ามาประกอบในประเทศ ลดราคาลง เพิ่มหรือตัดบางออพชั่นออก ลองดูจาก X3 รุ่นปัจจุบันเป็นตัวอย่างได้ แต่เนื่องจาก X4 มีภาพลักษณ์เป็นรถจับตลาดคนที่ไม่ต้องการจะเป็นมนุษย์ครอบครัวจ๋า

ดังนั้น ลูกค้าชาวไทยก็อาจจะมีลุ้นกับรุ่น M Sport หรือ M Sport X ส่วนเครื่องยนต์นั้นก็คงหนีไม่พ้นบล็อคสหกรณ์โคนมมิวนิคอย่าง B47 2.0 ลิตร 190 แรงม้าที่ใช้อยู่ใน X3

เอ๊ะ..หรือว่าจะมีเซอร์ไพรส์?

 

 

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments