พาชม! BMW ใน Bangkok International Motor Show 2019- X7, Z4 และซีรีส์ 3 นำทัพชนคู่แข่ง

สวัสดีครับชาว Bimmer-th ทุกท่าน เรากลับมาพบกันอีกครั้งกับงานจัดแสดงรถยนต์ประจำหน้าร้อนของปี กับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 40 โดยงานนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2019 ณ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี ซึ่งก็นับว่ามาถึงช่วงครึ่งทางของงานแล้ว ในครั้งนี้ทาง Grand Prix ผู้จัดงานกำหนดแนวคิดของงานมาว่า “สุนทรียภาพทางอารมณ์ หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Enjoyment of Automobiles

ซึ่งการ Enjoy ไปกับรถยนต์นั้น จะเริ่มขึ้นด้วยการซื้อรถแน่นอน แต่หลังจากการซื้อล่ะ? รถที่ออกแบบมาเพื่อความสนุกในการขับเท่านั้น ถึงจะเป็นรถที่คนในบ้านอยากคว้ากุญแจออกไปขับบ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อจึงต้องทำการบ้าน ทดลองนั่ง ลองขับและจับความรู้สึกว่ารถคันใดคันหนึ่งว่าสามารถตอบโจทย์ของท่านได้มากแค่ไหน ไม่ใช่แค่เดินๆดมๆ เคาะๆ ดูสเป็คแล้วซื้อ หรือถ้าหากขี้เกียจคิดมากแล้วอยากได้รถที่ตอบโจทย์ Driver’s Enjoyment ได้ดี ก็ขอให้เดินมาที่บูธ BMW แล้วโอกาสในการผิดหวังของท่านจะลดลง

ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2019 ทาง BMW ใช้พื้นที่แห่งนี้ในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นล่าสุดของทางค่ายอย่าง BMW X7 ซึ่งนับเป็นรถแบบ Sports Activity Vehicle (SAV หรือ SUV) ที่มีขนาดเรือนร่างใหญ่โตที่สุดเท่าที่ BMW เคยสร้างมา แน่นอนว่าแม้คันจะใหญ่ แต่เห็นตัวเลข “M50d” ด้านท้ายรถ คุณรู้ได้แล้วว่ามันไม่ใช่ SUV วิ่งรับแม่ยายทั่วไปแน่นอน นอกจากนี้ก็ยังมีรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป อย่างซีรีส์ 3 ตัวถัง G20 ซึ่งนำเข้ามาขายตามหลังยุโรปเพียงไม่กี่เดือน และมีรถอย่าง Z4 ซึ่งมาเติมไฟให้ตลาดรถสปอร์ตระอุอีกครั้ง

ที่สำคัญ ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ BMW Thailand เปิดตัวเพลงซิงเกิลใหม่ล่าสุดของทางค่าย “Be My World” ซึ่งมีศิลปิน 3 ท่าน ป๊อด ธนชัย อุชชิน, มาเรียม เกรย์ และ Daboyway ซึ่งท่านสามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดเก็บไว้ฟังได้เลยครับ

เมื่อท่านมาที่บูธ BMW ก็จะได้พบกับยนตรกรรมระดับพรีเมียมจาก BMW จำนวนหลายคัน ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ 5, 7, ตระกูล X และพลาดไม่ได้กับตระกูล M Cars ตัวแรง จะเป็นดีเซล เบนซิน ปลั๊กอิน หรือซูเปอร์คาร์ขุมพลังผสม ราคาตั้งแต่ล้านบาทปลายไปจนทะลุ 13 ล้านบาท นี่คือการรวมตัวของรถที่คุณจะ Enjoy ไปกับการขับขี่ ในหลายระดับราคา แตกต่างด้วยรูปแบบการใช้งานที่อาจจะมีมากกว่า 1 คันที่คุณอยากขนกลับบ้าน

เอาล่ะ ผมจะพาพวกท่านไปดูรถ BMW ที่เป็นไฮไลท์ของงานนี้ ตามมาเลยครับ

BMW X7 M50d

ราคาจำหน่ายรวม BSI Standard 8,999,000 บาท

ถ้าซาลูนหรู ต้องซีรีส์ 7 และสุดยอดคูเป้คือซีรีส์ 8 รถอย่าง X7 ก็คือที่สุดของรถอเนกประสงค์ขนาดบิ๊กเบิ้ม สำหรับคนที่มองว่า X5 ยังมีขนาดเล็กไปสักหน่อย นี่คือหนึ่งใน Elite Models สูงสุดแห่งห่วงโซ่อาหารของ BMW ที่มองจากรูปแล้วจะไม่เชื่อว่าคันจริงใหญ่มาก เพราะแค่กระจังหน้าก็ใหญ่พอกับขนาดรถทั้งตัวของรถไฟฟ้า FOMM ONE แล้ว กระจกแต่ละบานกว้างใหญ่ แต่ใช้การออกแบบไฟหน้าและไฟท้ายที่เรียวกำลังสวย หลอกให้นึกว่ารถยาวกว่า X5 ไม่มาก

ขุมพลังของ X7 ใหม่ ในขณะนี้สำหรับตลาดประเทศไทยยังมีให้เลือกเพียงแบบเดียวคือรุ่นดีเซล M50d ซึ่งเป็นเครื่อง M Performance TwinPower Turbo 3.0 ลิตร ใช้เทอร์โบอัดอากาศถึง 4 ตัว โดยเป็นเทอร์โบเล็กทำงานใต้แรงดันสูง 2 ตัวและเทอร์โบใหญ่สำหรับรอบสูงอีก 2 ตัว เป็น Multi-stage Turbo ซึ่งทำให้สามารถเรียกใช้พละกำลังได้ดีในทุกความเร็วรอบ ด้วยแรงม้าระดับ 400 ตัว ทำให้ M50d นี้มีแรงม้าต่อลิตรดุเดือดยิ่งกว่ารถเบนซินเทอร์โบหลายรุ่น และยังมีแรงบิดถึง 760 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,000-3,000 รอบต่อนาที และส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ ทำความเร็วสูงสุดแตะจุดล็อค 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายจิต

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ช่วยให้สามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยบนถนนแห้ง และสามารถเล่นกับทางแบบออฟโรดพอได้ขำขำ ช่วงล่างมาพร้อมกับเทคโนโลยี Executive Drive Pro ที่ปรับความหนืดอัตโนมัติ และสามารถล็อคค่าให้ทำงานอยู่ในช่วงที่นุ่มนวล หรือจะเน้นแข็งหนึบ ก็ได้ตามต้องการ

ภายนอกของ X7 เน้นองค์ประกอบของความประณีตและความเรียบง่าย กระจังหน้าทรงไตคู่ทรงแนวตั้งขนาดใหญ่ รวมไปถึงระบบไฟหน้า BMW Laserlight สร้างเอกลักษณ์ให้รถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ลาย  Y-spoke สวยสะดุดตาจากทุกมุม ขับเน้นให้ X7 ใหม่ ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

ห้องโดยสารของ X7 มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวมมากที่สุดในบรรดา BMW ทุกรุ่น ออกแบบให้รองรับเบาะนั่งแบบ 3 แถว จุผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 คน โดยทุกที่นั่งสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า เบาะที่นั่งบุด้วยหนังแท้ Merino เนื้อละเอียดจาก BMW Individual หรูหราขึ้นไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งห้องโดยสารด้วยลายไม้สีดำเงา ให้บรรยากาศในสไตล์เรียบหรู ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีปริมาตรความจุ 326 ลิตร และเพิ่มได้สูงสุดถึง 750 ลิตร หรือ 2,120 ลิตร เมื่อพับเบาะแถว 3 และแถว 2 ตามลำดับ

นอกจากนี้ ความหรูหราในห้องโดยสารนั้นยังเสริมด้วยวัสดุตกแต่งผลึกแก้ว ‘CraftedClarity’ พร้อมชุดไฟ Ambient light ชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร เพดานกระจกใสพาโนรามาแบบ Sky Lounge ที่เพิ่มความโปร่งอย่างโอ่อ่าเหนือระดับ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน มีระบบช่วยเหลือคนขับแบบรถสมัยใหม่ เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant รวมถึงระบบบันเทิงและเชื่อมต่อ เช่น ระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นภาษาคนปกติมากขึ้น

นอกจากนี้ X7 ใหม่ยังมีฟังก์ชั่น Reversing Assistant ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ ซึ่งเวลาขับทิ่มหน้าเข้าไป อาจจะง่ายแต่ตอนถอยออกอาจจะยาก ทำงานโดยให้ระบบจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร (และต้องขับไม่เร็วเกิน 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง) จากนั้นกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด โดยผู้ขับทำหน้าที่คอยคุมเบรกหรือคันเร่งเท่านั้น

ฺBMW X7 M50d ใหม่มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สีคือสีดำ Black Sapphire สีดำ Carbon Black สีขาว Mineral White สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect


 

BMW Z4 (G29)

ราคาจำหน่ายรวม BSI Standard

  • รุ่น sDrive30i M Sport 3,999,000 บาท
  • รุ่น M40i 4,999,000 บาท

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่บ่นน้อยใจว่า BMW ไม่ค่อยทำรถทรงเตี้ยลิ่มสปอร์ตเครื่องแรงๆมาขายเลยพักหลังๆนี้ Z4 นับได้ว่าเป็นคำตอบที่คุ้มค่าต่อการรอคอย เก๋ไก๋ด้วยการหันหลังให้กับระบบหลังคาแข็งพับเก็บได้อย่างในรุ่นเดิม แล้วมาคบกับหลังคาผ้าใบทำงานด้วยไฟฟ้า ซึ่งนอกจากจะช่วยให้น้ำหนักเบาและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ยังมีผลทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถเพิ่มขึ้นด้วย กลไกหลังคานี้จะใช้เวลาเปิด/ปิดแค่ 10 วินาที และสามารถทำงานได้เมื่อรถวิ่ง (ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ส่วนความโดดเด่นของดีไซน์ภายนอก ก็เป็นไปตามธรรมเนียมกับกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาด Super stunningly big nose แต่แทนที่จะเป็นซี่แนวตั้งแบบรุ่นอื่น กลับใช้ลายกระจังเป็นตาข่ายเหลี่ยมแทน ซึ่งก็ทำให้รถดูสปอร์ตเปรียว รับกับสัดส่วนของรถแบบโรดสเตอร์ขับหลังพันธุ์แท้ หน้ายาว ท้ายสั้น ไฟหน้า LED แนวตั้ง และช่องรับลมขนาดใหญ่บริเวณซุ้มล้อหน้า ขณะที่ส่วนท้ายรถก็ขับเน้นบุคลิกสุดโฉบเฉี่ยวด้วยสปอยเลอร์ที่ออกแบบมาเป็นส่วนหนึ่งของฝากระโปรงท้าย ซึ่งซ่อนพื้นที่เก็บของที่มีความจุถึง 281 ลิตร มากกว่าในรุ่นก่อนหน้าถึง 50%

Z4 ใหม่ มีขุมพลังให้เลือกสองแบบตามระดับความเครียดของเจ้าของรถ ถ้าเครียดน้อย ก็ 4 เม็ด กับรุ่น Z4 sDrive30i M Sport ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ TwinPower Turbo 4 สูบ 2.0 ลิตร ให้พลังสูงสุด 258 แรงม้า และทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.4 วินาที และถ้าใครเครียดมาก..ก็ 6 เม็ด กับ Z4 M40i เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 340 แรงม้า ที่สามารถเร่งได้เร็วขึ้นอีก ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 4.5 วินาทีเท่านั้น ถ้าใครเคยดูถูกว่ารถเปิดประทุนมีไว้ขับกินลม..ระวังเจอ M40i แล้วลมจะเต็มท้องนะครับ

สำหรับเรื่องการบังคับควบคุม BMW พยายามออกแบบให้ Z4 มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก 50:50 และใช้ช่วงล่าง M Sport เพื่อความมั่นใจในการขับ แต่ถ้าเป็นรุ่น M40i คุณจะได้ช่วงล่างปรับความหนืดอัตโนมัติ Adaptive M Suspension ระบบเบรก M Sport มาด้วย

ส่วนภายในนั้น การตกแต่งก็จะแตกต่างกัน Z4 sDrive30i จะได้เบาะหนังแท้ Vernasca พวงมาลัยหนัง ตกแต่างห้องโดยสารด้วยวัสดุสี Quartz Silver ในขณะที่รุ่น M40i จะได้เบาะนั่ง M Sport (เป็นหนัง Vernasca เหมือนกันแต่ทรงต่างกัน) ได้พวงมาลัย M Sport เข็มขัดลาย M และชุดเครื่องเสียงจาก Harman Kardon

นอกจากนี้ Z4 ใหม่ยังมีแผงมาตรวัดทันสมัยแบบ BMW Live Cockpit Professional เป็นดิจิทัลล้วน และหน้าจอทัชสกรีนขนาด 10.25 นิ้วที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ซึ่งรองรับการปรับแต่งทุกคุณสมบัติให้เข้ากับการใช้งานจริงของผู้ขับขี่ และทำงานประสานเป็นหนึ่งกับบริการ BMW ConnectedDrive ทั้งยังรองรับการอัพเดทซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในอนาคต นอกจากนี้ Z4 ทั้งสองรุ่นย่อยยังรองรับระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant ที่มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง เพื่อความสะดวกสบายของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ใน Z4 ใหม่นั้น ล้ำสมัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่ Active Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go โดยระบบเซ็นเซอร์ 3 ตัวจะใช้คลื่นเรดาร์สแกนถนนข้างหน้าในระยะ 150 เมตร เพื่อรักษาระยะห่างที่คงที่จากรถคันหน้า ส่วนฟังก์ชั่น Stop & Go จะสามารถควบคุมการเร่ง รักษาความเร็ว และเบรกจนรถหยุดนิ่งได้ อีกทั้งสตาร์ทเครื่องยนต์ให้แบบอัตโนมัติ หลังจากเครื่องยนต์ดับไปในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ในช่วงเวลารถติด และเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ก็สามารถเร่งความเร็วตามคันหน้าไปได้โดยอัตโนมัติ เรียกได้ว่าจะบู๊ก็ได้ จะสบายก็สุด


 

BMW ซีรีส์ 3 (G20)

ราคาจำหน่ายรวม BSI Standard

  • รุ่น 320d Sport 2,959,000 บาท
  • รุ่น 330i M Sport 3,359,000 บาท

แม้ว่าที่ผ่านมา BMW จะให้กำเนิดรถขนาดเล็กหลายรุ่นที่มีราคาง่ายต่อการเอื้อมถึง แต่สำหรับบางคนที่เสพย์ติดแนวทางของ BMW อย่างจริงจัง มักจะมองซีรีส์ 3 เป็นประตูสู่เมือง BMW ของพวกเขาเสมอ ด้วยการที่เป็นรถขับหลังเล่นโค้งสนุก มีขนาดตัวไม่ใหญ่จนเกินไป ระบบช่วงล่างและเครื่องยนต์ให้ความมั่นใจไม่ว่าจะวิ่งทางใกล้หรือทางไกล ซีรีส์ 3 เจนเนอเรชั่นที่ 7 จึงถูกนำมาเปิดตัวในไทยอย่างด่วนจี๋ ในรูปแบบรถนำเข้าทั้งคัน สำหรับคนใจร้อน

ดีไซน์ด้านหน้าของรถ ดูเหมือนเอาเส้นสายของรุ่นพี่อย่างซีรีส์ 5 มาประยุกต์ เล่นเส้นตัดคมที่ไฟหน้าทำให้ดูวัยรุ่นขึ้น ไฟหน้าแบบ LED รับกับช่องดักอากาศรูปตัว T เล่นสัดส่วนกับตัวรถอย่างเหมาะสมจนดูแล้วนึกไม่ถึงว่ารุ่นใหม่นี้ลำตัวยาวกว่าเดิมถึง 76 มิลลิเมตร ไฟท้ายมาแนวใหม่ เหมือนเป็นสี่เหลี่ยมธรรมดาทั้งก้อน แต่ซ่อนไฟ LED รูปทรงตัว L เอาไว้ ด้านท้ายมีท่อไอเสียแบบคู่ที่ช่วยให้รถดูสปอร์ตขึ้น

โครงสร้างของตัวรถ เปลี่ยนใหม่จากรุ่นเดิมทั้งหมด มีการนำเอาอะลูมิเนียมมาใช้ในส่วนต่างๆเช่นฝากระโปรงและกันชนหน้า ช่วยลดน้ำหนักโครงสร้างลงได้ 55 กิโลกรัม ตัวรถถูกออกแบบให้ลู่ลมจนค่า Cd ลดลงจาก 0.29 เหลือ 0.26 ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากกระจังหน้าเปิด/ปิดได้แบบ Active Air Flap

ในช่วงแรกนี ซีรีส์ 3 ใหม่จะมีให้เลือก 2 รุ่น 2 ระดับความแรง เริ่มต้นด้วยรุ่น 320d Sport กับเครื่องยนต์ดีเซล B47 เครื่องสหกรณ์เราสู้ประจำค่าย 2.0 ลิตรเทอร์โบ ให้กำลัง 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที และอีกรุ่นคือ 330i M Sport เครื่องยนต์เบนซิน B48 4 สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบ บล็อคเดียวกับ Z4 sDrive30i ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550-4,400 ต่อนาที

สำหรับการตกแต่งภายนอก รุ่น 320d Sport จะใช้ล้ออัลลอยลาย V Spoke ห้าก้านคู่ขนาด 18 นิ้ว ชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ขอบหน้าต่าง ช่องดักอากาศ และซี่กระจังหน้าเป็นสีดำเงา ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียม Mesh Effect และยังมีเบาะนั่งด้านหน้ากับพวงมาลัยแบบสปอร์ต ส่วนรุ่น 330i M Sport นั้นจะได้ชุดแต่ง M Sport ภายนอก จากนั้นก็เปลี่ยนชุดโช้ค/สปริงเป็นสเป็ค M Sport เบรก M Sport ตบท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลาย Double Spoke ยางหน้าและหลังต่างขนาดกัน พวงมาลัย M Sport และเปลี่ยนวัสดุตกแต่งภายในเป็นลายอะลูมิเนียม Tetragon

ใน 330i M Sport จะมีระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ที่ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistant) อีกด้วย ส่วน 320d Sport จะเป็นเซ็นเซอร์กะระยะ PDC ธรรมดา

นอกจากนี้ BMW ยังนำรถรุ่นอื่นที่เคยเผยโฉมไปแล้ว แต่ยังมีเสน่ห์น่าสนใจอยู่ไม่น้อยมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็นรถระดับแรงหลายร้อยม้า หรือรถยนต์เพื่อการใช้งานที่ขับสนุก สุขกันได้ทั้งครอบครัว

ชาว M Town ขอเชิญมาพบกับ M2 Competition รถเล็กแต่ร้อนแรงแบบพริกขี้หนูด้วยการจับเครื่องยนต์จาก M4 มาปรับม้าลงเพื่อหลีกหนีการปีนเกลียว อย่างไรก็ตามรถขนาดนี้ พกม้ามาถึง 410 ตัว ย่อมไม่มีคำว่าอืด เป็นไม้เด็ดของ BMW ที่เอามาปราบความซ่าของคู่แข่งอย่าง C43 390 แรงม้าได้อย่างสบาย ส่วนรุ่นพี่อย่าง M4 ก็มีรุ่น CS สีน้ำเงินโทนด้านแบบพิเศษมาจอดโชว์อยู่ข้างๆกัน

พลังแรงแบบซูเปอร์คาร์ แต่ขับได้ทุกวันแบบรถหรู..อย่างนี้ต้อง BMW M5 กับโทนสีน้ำเงินเข้มมาก ขรึม เดินผ่านแล้วดูแทบไม่รู้ว่านี่คือรถราคา 13,339,000 บาทที่พกเครื่อง V8 ทวินเทอร์โบ แรงระดับ 610 แรงม้า และมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ที่สามารถเลือกได้ว่าต้องการเกาะหนึบวิ่งตามไลน์เด๊ะแบบขับสี่ หรือจะปรับให้ท้ายปัดพองามเน้นความสนุก และสำหรับนักขับมืออาชีพ ก็สามารถปิดระบบช่วยเหลือทั้งหมดและล็อคระบบส่งกำลังให้กลายเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังก็ได้ ลองครั้งเดียว แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมหลายคนมีเงินพอซื้อซูเปอร์คาร์ แต่กลับเลือกขับ M5

กลุ่มรถพิเศษอย่าง ซีรีส์ 7 และ BMW i8 Roadster ก็ถูกนำมาจอดโชว์ ซีรีส์ 7 มีทั้งรุ่น 730Ld และ 745Le Plug-in Hybrid แต่ที่โดดเด่นและมีคนให้ความสนใจกันมาก หนีไม่พ้น M850i สีส้ม มาพร้อมไฟหน้า LED แบบ BMW Laserlight มีจุดเด่นที่การเป็นไฟหน้าที่เรียวเล็กที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำใส่รถยนต์นั่งมา โครงสร้างตัวถังและช่วงล่าง ถูกเซ็ตและพัฒนาไปพร้อมกับตัวแข่งสายโหดอย่าง M8 GTE ที่เป็นรถแข่ง Endurance ประกอบด้วยชิ้นส่วนวัสดุที่ทำจากอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้แข็งแรงและมีน้ำหนักเบากว่ารถคูเป้ระดับเดียวกันที่ใช้โครงสร้างแบบปกติ

หัวใจแห่งการขับเคลื่อนของ BMW M850i คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบขนาด 4.4 ลิตร ที่ให้พลังมากถึง 530 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตรตั้งแต่ 1,800-4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive ที่ปรับเซ็ตมาสำหรับการขับแบบสปอร์ตโดยเฉพาะ สมกับที่เป็นรถสปอร์ตระดับ Elite Models สูงสุดในตระกูลแห่ง BMW เป็นของคุณได้ในราคา 12,999,000 บาท

กลุ่มรถในไลน์อัพปกติ มีมาให้เลือกครบทุกรุ่น สำหรับซีรีส์ 5 ก็ยกเลิกการทำตลาด 530e Luxury แล้วเปลี่ยนเป็น 530e Highline ราคา 3,539,000 บาท อุปกรณ์เหมือนลอกแบบรุ่น Luxury มา ใช้หนังและวัสดุลายไม้แบบเดียวกันให้บรรยากาศที่ใกล้เคียงกัน ภายนอกก็ดูเหมือนกัน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายเดียวกัน ส่วนอุปกรณ์ที่เอาออก ก็มีระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ, ประตูดูด, เครื่องเสียง Harman Kardon และจอภาพแบบแบนที่ติดตั้งสำหรับคนนั่งเบาะหลัง สำหรับคนที่ชอบออพชั่นครบๆ ต้องลองขยับไปรุ่น 530e M Sport แล้วจะได้ชุดแต่งครบจบทั้งคัน

ของที่คนไม่ค่อยสนใจ แต่ที่จริงนับว่าเธอช่างร้ายกาจ คือรถอย่าง BMW 630d GT ซึ่งแม้ว่าจะติดป้ายราคาเอาไว้ถึง 4,739,000 บาทด้วยความเป็นรถนำเข้า และบางท่านบอกว่ารูปทรงไม่หล่อเท่าซีรีส์ 5 ก็จริงอยู่ แต่ในราคานี้ คุณได้รถที่ขึ้นลงง่าย ด้วยขนาดประตูที่โต ตัวรถที่สูงน้องๆครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก (เวลาจอดเดี่ยวๆก็ดูไม่สูงขนาดนั้น) ฐานล้อที่ยาวน้องๆซีรีส์ 7 ทำให้มีพื้นที่ข้างหลังกว้างขวางแบบรถยักษ์ยาวห้าเมตร ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีขนาดโตเหลือเชื่อ บวกกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรดีเซลเทอร์โบ 265 แรงม้า ตัวเดียวกับ 730Ld ผลที่ได้คือรถที่คุณจะสนุกสะใจเมื่อขับไล่ล่าเหยื่อเพียงคนเดียว และสะดวกสบายพอสำหรับรับครอบครัวหรือคุณพ่อคุณแม่วัยแก่เฒ่าไปกินข้าว แพ็คของสัมภาระมากมายไปเที่ยวกับเพื่อนไกลๆ 7-10 วัน ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในรถคันเดียว

ส่วน 320d GT นั้น แม้ว่าในปัจจุบันซีรีส์ 3 เจนเนอเรชั่นใหม่จะเปิดตัวไปแล้ว แต่ตามธรรมเนียม BMW รถรุ่นไหนที่ใกล้หมดอายุตลาด ราคาจะสวย ยิ่งคุณไปคุยกับเซลส์อาจจะได้ราคาที่ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น และถ้าพูดถึงตัวรถ 320d GT ก็คือซีรีส์ 3 รุ่นเก่าที่ขยายขนาด ฐานล้อ และยกความสูงของตัวรถ ลักษณะจึงคล้ายกับ 630d GT ที่ตัวเล็กกว่า และมาในราคาเริ่มต้นเพียง 2,699,000 บาท

สำหรับรถตระกูล X นั้นมาครบทุกรุ่นทุกพิกัด ทุกรุ่นย่อย ไม่ว่าจะเป็น X1 sDrive18i Iconic รถ SAV/Crossover ขนาดเล็กคล่องตัว เหมาะสำหรับวัยรุ่นและครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตแล้วอยากใช้ BMW ด้วยราคา 1,999,000 บาท ได้อุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานของ BMW ครบครัน ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรเบนซินเทอร์โบ 136 แรงม้า จับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 จังหวะ ในขณะที่คนวัยแรง แต่อยากได้รถสไตล์ Crossover น่าจะจบกับ X2 M Sport X ราคา 2,999,000 บาท ซึ่งได้ตัวถังที่ดูปราดเปรียวเมื่อเทียบกับ X1 แลกมาด้วยพื้นที่ภายในที่หายไปพอสมควร แต่ความแรงจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเบนซินเทอร์โบ 192 แรงม้าน่าจะเพียงพอต่อความใจร้อนแบบวัยรุ่นได้ดีทีเดียว

หากใครต้องการรถอเนกประสงค์ที่ขนาดตัวกำลังสวย ใช้บรรทุกคน บรรทุกของ เดินทางไกลได้ และขับในเมืองก็หาที่จอดไม่ลำบาก X3 รุ่นประกอบในประเทศเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา แม้ว่าจะใช้เครื่องยนต์สหกรณ์ 2.0 ลิตรดีเซล 190 แรงม้ายอดนิยม แต่พลังลากพลังแซงพอให้วิ่งไปแตะ 160-170 ได้เหลือๆ สองทางเลือกที่แตกต่างสำหรับคุณ ถ้าเอาไว้รับผู้ใหญ่ เน้นนุ่มนวล นั่งสบาย ไม่เน้นออพชั่น รุ่น xLine จะประหยัดเงินไปได้มาก แต่สำหรับคนเท้าหนัก ชอบเล่นโค้งตามภูเขาเวลาเมียเผลอหลับ รุ่น M Sport จะได้ช่วงล่างที่แข็งหนึบสะใจและออพชั่นครบกว่า

ส่วน X5 xDrive30d M Sport ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนที่อยากได้วัตถุขนาดใหญ่เคลื่อนที่ได้ไกลและรวดเร็ว ด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตรเทอร์โบ เสื้อสูบเดียวกับเครื่องยนต์ M50d ของ X7 แต่ปรับลดพลังลงเหลือ 265 แรงม้า บวกกับแรงบิด 620 นิวตันเมตร ภายนอกเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาดมหึมา 22 นิ้วและชุดแต่ง M Aerodynamics และช่วงล่าง M Sport จ่าย 5,699,000 บาท รถคันนี้ก็เป็นของคุณ

โปรโมชั่นงาน Bangkok International Motor Show

ลูกค้า BMW ที่จองรถในงาน และรับรถภายใน 30 เมษายน ได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้

  • ทุกรุ่น ยกเว้นรถตระกูล M และ i3 กับ i8 – เมื่อซื้อแพ็คเกจ BSI Ultimate ฟรี ขยายระยะเวลาบำรุงรักษา จาก 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร เป็น 6 ปี / 120,000 กิโลเมตร และขยายโปรแกรมการรับประกันเพิ่มเป็น 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง + BMW Mobility Service 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • รถ Plug-in Hybrid ทุกรุ่น ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • สำหรับ 320d GT ที่ซื้อผ่าน BMW Financial Service รับเงื่อนไขดาวน์ 0%

งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ จะยังมีไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน ดังนั้นใครที่ยังไม่ได้ไปเดิน ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือในการไปแวะชมบูธ BMW อย่ารีบร้อนซื้อจนเกินไปนักแม้ว่าตัวรถจะยั่วคุณขนาดไหนก็ตาม ลองติดต่อสอบถามเซลส์ หรือนัดลองขับเพื่อให้คุณได้ BMW ที่จะต้องชะตากับคุณและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มราคาที่จ่าย เปรียบเทียบโปรโมชั่นและความใจถึงของผู้ขายหลายๆแห่งก่อนตัดสินใจ

และจากนั้น ก็ขอให้มีความสุขกับ BMW คันโปรดของคุณครับ


 

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments