รีวิว BMW X4 xDrive20d M Sport โฉมใหม่! เพราะธรรมดาโลกไม่จำ

สวัสดีแฟนๆ BIMMER-TH ครับ รีวิววันนี้ ผมพาไปดูเจ้า BMW X4 โฉมใหม่ ในรหัส G02 ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปไม่นานมานี้ ที่ครั้งนี้ BMW Thailand จัดเต็ม เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ไปหวดเจ้า BMW X4 xDrive20d M Sport รุ่นล่าสุดนี้ กันในสนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต แถมเป็นการหวดแบบ Reverse Course หรือขับย้อนศรในสนามด้วย … เพราะธรรมดาโลกไม่จำ!

BMW X4 xDrive20d M Sport

เว็บ BIMMER-TH ของเรา เคยสรุปรายละเอียดของ BMW X4 xDrive20d M Sport รุ่นใหม่นี้แล้ว เมื่อครั้งที่ BMW Thailand เปิดตัวครับ สามารถไปดูรายละเอียดของเครื่องยนต์, ออพชั่น, และราคาแบบเต็มๆ ได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้

เปิดตัว ALL NEW BMW X4 xDrive20d M Sport (G02) เคาะราคาในไทย 3,999,000 บาท

Off-road Slalom Time Trial

การทดสอบรถ BMW X4 xDrive20d M Sport วันนี้ ได้แบ่งออกเป็นสองส่วนครับ คือในส่วนของการขับ Slalom บนพื้นกรวด แบบจับเวลา ที่ทางทีมงานผู้ฝึกสอน ได้จัดสนามให้ขับเป็นสลาลอม และวกกลับมาเป็นเส้นทางให้หักเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง และต้องเบรกให้รถหยุดสนิทในกรอบที่กำหนดไว้ ทำการจับเวลาแข่งกัน เพื่อให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสทดสอบความสามารถในการควบคุมรถ การทรงตัว การเข้าโค้ง และการขับบนพื้นถนนที่ลื่นไถล ของ BMW X4 รุ่นใหม่นี้ ได้อย่างครบถ้วน ที่ในการทดสอบ จะมีโอกาสได้ทดลองทั้งในโหมดการเปิดระบบควบคุมเสถียรภาพ (DSC) เต็มระบบ กับในโหมด DTC เพื่อเปรียบเทียบกันด้วย

BMW X4 (G02) ถือเป็นรถ BMW ในเจเนอเรชั่นใหม่ ที่สามารถควบคุมรถโดยอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของคนขับที่น้อยลงมาก เพียงแค่จับพวงมาลัยให้มั่นคง ควบคุมการเบรก และคันเร่งให้เหมาะสมกับเส้นทางที่กำหนดไว้ ก็สามารถผลักรถคันนี้ให้ไปในทิศทางที่เราต้องการได้ง่ายกว่าตาเห็น และผลักให้มันไปได้เร็วขึ้นได้ในทุกรอบของการขับขี่

ถึงแม้สภาพการขับขี่จะไม่ได้อยู่บนพื้นถนนปกติ แต่เป็นพื้นกรวดที่มีความลื่นมากๆ และอยู่ในสภาวะของการแข่งขันที่ต่างคนต่างต้องผลักให้ BMW X4 ไปได้เร็วที่สุดในทุกโค้ง แต่ก็แทบไม่มีอาการของการเสียการควบคุมให้ได้เห็นเลย พวงมาลัยไฟฟ้าที่น้ำหนักเบา และควบคุมได้ง่าย, ระบบ xDrive ในเจเนอเรชั่นล่าสุด บวกกับช่วงล่าง M Sport มีส่วนช่วยในเรื่องนี้แบบเต็มๆ ครับ

การที่ BMW Thailand ตัดสินใจเลือกเอาโมเดล M Sport มาอยู่ใน BMW X4 xDrive20d M Sport รุ่นที่ขายในบ้านเรา ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้รูปลักษณ์โดยรวมของมิติตัวรถที่สปอร์ตมากขึ้นแล้ว ช่วงล่าง M Sport ยังมีส่วนช่วยอย่างมากจริงๆ ในการขับขี่ตัวถัง Sport Activity Coupe ที่มีขนาดใหญ่กว่า X4 เดิมพอสมควรในโฉมใหม่ และจะไม่สามารถสรุปออกมาได้เลย ถ้าไม่ได้ผ่านการขับขี่ในสถานการณ์ไม่ปกติอย่างที่ผมได้มีโอกาสลองในครั้งนี้

//Reverse// Track Test

เมื่อตอนมาถึงที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต และทุกคนได้รับข้อมูลว่าเราจะได้มีโอกาสไปหวด BMW X4 xDrive20d M Sport กันในสนาม ก็ไม่มีใครคาดคิดหรอกครับ ว่าการทดสอบวันนี้ ได้ถูกจัดให้ขับขี่กันแบบ “ย้อนศร” ซึ่งการขับย้อนแทร็กในสนามแข่ง ถือเป็นความท้าทายอย่างมากนะครับ เพราะแต่ละโค้งไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับการขับย้อนกลับมาอีกทาง แถมยังมีช่วงที่เราจะได้ขับลัดสนาม ลงบนพื้นหญ้าด้วย เพื่อทดสอบระบบ xDrive ของเจ้า BMW X4 คันนี้ ว่ามันสามารถปรับเปลี่ยนการขับขี่ได้ทุกสถานการณ์อย่างทันทีทันใด สามารถกลับขึ้นมาในแทร็ก และทำความเร็วต่อได้ทันที และโดยรวมถือว่าเป็นการทดสอบที่โหดใช้ได้เลยทีเดียว … เพราะถ้ามาทดลองขับกันแบบธรรมดา โลกไม่จำไงครับ (ลองกดชมคลิปบรรยาย BMW X4 แบบธรรมดาโลกไม่จำ ด้านล่างนี้ดูสิครับ)

โหมดสปอร์ตใน BMW X4 xDrive20d M Sport คันนี้ ให้อัตราเร่งที่กระชากออกตัวแรงกว่าโหมด COMFORT อย่างชัดเจน และพละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ก็แสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ในหลายช่วงหลายตอนของสนามแก่งกระจานเซอร์กิตแห่งนี้ โดยมาเป็นการค่อยๆ สร้างความประหลาดใจ ที่ฟิลลิ่งในการเข้าโค้งของรถยนต์ไซส์ใหญ่โตพอสมควรคันนี้ กลับทำได้ใกล้เคียงกับรถที่มีความสูงน้อยกว่ามันค่อนข้างมาก รวมถึงการแก้อาการหลังจากสาดโค้งมาด้วยความเร็ว ก็ทำได้ง่ายราวกับมันไม่ใช่รถ SAC ในไซส์ที่ตาเห็นเลย

ช่วงทางตรง หรือช่วงที่ต้องอัดกำลังเครื่องยนต์ขึ้นทางลาดชันในสนาม เครื่องยนต์เบนซินในรหัส 20d ตัวนี้ อาจจะไม่ได้ถึงกับแรงสะใจเหมือนรถสปอร์ตมากนัก แต่แรงบิดขนาด 400 นิวตันเมตร มันก็ตอบสนองความต้องการในช่วงไต่ระดับความเร็วขึ้นได้อย่างไม่น่าหงุดหงิดครับ ที่ถูกใจมากกว่าคือจังหวะในการเข้าโค้งที่มันยัดได้เร็วกว่าที่รู้สึกไว้มาก เมื่อผ่านไปแต่ละรอบสนามและเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ มันก็ยังให้ความมั่นใจได้มากขึ้น ชนิดที่เชื่อได้ว่า เราจะหลงรัก X4 คันนี้มากขึ้นหลังจากที่ได้ขับมัน อย่ามองกันที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว

ส่วนที่ไม่ธรรมดาที่สุด ก็คือการตัดจากพื้นสนามแข่ง ลงมาบนพื้นหญ้า แบบที่เรายังลุยกันได้ที่ระดับความเร็ว 50-60 km/h ชนิดที่ไม่ต้องกลัวว่าจะรถจะเสียการควบคุมครับ ระบบ xDrive ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะในเจเนอเรชั่นล่าสุดของ BMW เข้าช่วยทำงานทันทีได้อย่างแนบเนียน โดยที่เรายังสามารถควบคุมรถได้ง่ายอยู่ ช่วงล่าง M Sport มีส่วนมาช่วยในสถานการณ์นี้ได้มากเช่นกันครับ แทบไม่เห็นอาการยวบยาบของช่วงล่างเลย แต่ทั้งหมดทั้งปวง เพื่อแลกกับการขับขี่ที่สนุกในสไตล์ Ultimate Driving Machine ของ BMW แบบยกสูง ในช่วงล่าง M Sport แบบนี้ ก็อย่าคาดหวังว่ามันจะนั่งสบายเหมือนกับรถซีดานนะครับ

ปิดท้ายการทดสอบวันนี้ ด้วยการออก Off-road ริมสนามแก่งกระจานเซอร์กิต ที่มีทางลูกรังและเนินดิน ให้พอได้ทดสอบการทำงานของ xDrive กันแบบพอหอมปากหอมคอ เมื่อต้องเผชิญกับสภาพพื้นถนนที่ไม่ปกติ จนล้อใดล้อหนึ่งสูญเสีย traction หรือมีบางล้อไม่สัมผัสกับพื้นถนน ระบบจะตัดกำลังของล้อนั้นเพื่อถ่ายเทกำลังไปยังล้ออื่นได้แบบเรียลไทม์ เพื่อที่รถยนต์ของเราจะยังสามารถเคลื่อนที่ไปได้ไม่ว่าจะเจอกับสภาพถนนแบบใดก็ตาม มั่นใจได้มาก แบบไม่ต้องไปลุ้นกันหน้างานนั่นเองครับ

กิจกรรมการทดสอบวันนี้ เน้นหนักกันในการขับขี่ในสนามแข่งกับทางออฟโร้ดนะครับ ผมยังไม่มีโอกาสได้ทดลองในส่วนของห้องโดยสารและเทรคโนโลยีช่วยขับขี่ส่วนอื่นๆ มากนัก ในเรื่องของความสบายในการขับขี่บนท้องถนนปกติ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่งจะติดมาให้ใน BMW X4 รุ่นใหม่นี้เป็นครั้งแรก เช่นระบบ Driving Assistant แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, เตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลังออกจากช่องจอด , ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อตรวจจับก่อนเกิดการชน ซึ่งเมื่อมีโอกาสดี BIMMER-TH ของเราจะหยิบมารีวิวให้ชมกันอย่างละเอียดอีกครั้งครับ

บทความโดย:
อู๋ spin9

The following two tabs change content below.

Comments

comments