รายละเอียด The new BMW 4 Series 2017 (Coupe , Convertible , Gran Coupe) อย่างเป็นทางการ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 BMW ได้ทำตลาดรถยนต์ เปิดตัว BMW 4 Series Coupe เป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นในปีถัดมา BMW ก็ได้เปิดตัว BMW 4 Series Convertible และ BMW 4 Series Gran Coupe ตามมาทำตลาดกันอย่างต่อเนื่อง จนถึงทุกวันนี้ยอดขายเฉพาะ BMW 4-Series ก็ได้มียอดขายร่วม 400,000 คันทั่วโลกแล้ว(นับตั้งแต่เริ่มขายปี 2013 ถึงสิ้นปี 2016)

The new BMW 4 Series 2017 ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ไฟหน้าใหม่ โดยการเดินเส้นสายของไฟหน้าคล้ายกับ BMW รุ่นใหม่ๆ เช่น BMW 5 Series(G30) ใหม่ สังเกตง่ายๆคือจะมีเส้นของไฟ daylight ลากยาวไปบรรจบกับกระจังหน้าไตคู่นั่นเอง ส่วนรายละเอียดด้านหน้าของตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

  • ไฟหน้าที่ใช้เทคโนโลยี Bi-LED ซึ่งถูกติดตั้งในรุ่น standard ทุกรุ่น
  • ไฟหน้าที่ใช้เทคโนโลยี Adaptive LED ซึ่งเป็น option เสริมให้คุณลูกค้าสามารถเลือกเพิ่มเติมได้
  • ไฟตัดหมอกแบบ LED ติดตั้งมาให้เป็น option standard
  • ชุดกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ซึ่งจะแตกต่างกันในรุ่นย่อยต่างๆตามที่คุณลูกค้าเลือก(Luxury Line / Sport Line)

ส่วนได้ท้ายของตัวรถมีการปรับปรุงอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนแรกคือไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่คล้ายกับ BMW 3 Series(LCI) / BMW 5 Series(G30) ใหม่ ส่วนที่สองคือกันชนท้ายแบบใหม่  The new 4 Series ยังมีสีตัวถังใหม่ให้เลือกเพิ่มเติมจากสีธรรมดา 2 สีด้วยกัน คือสีส้ม Sunset และสีฟ้า Snapper Rocks มาพร้อมกับล้อแม็กดีไซน์ใหม่ถึง 4 แบบด้วยกันซึ่งแต่ละรุ่นย่อยจะมีลวดลายที่แตกต่างกันตามรุ่นที่ลูกค้าเลือก (Advantage, Sport Line, Luxury Line, M Sport)

Ads

ภายในก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยหลักๆมีการเปลี่ยนแปลงการตกแต่งภายในไม่ว่าจะเป็นสีและวัสดุตรงบริเวณคอนโซลด้านหน้าในห้องโดยสาร 3 แบบด้วยกัน สีของเบาะนั่งสามารถเลือกสีได้ 3 สี  กรอบบริเวณปุ่มปรับเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศถูกตกแต่งด้วยวัสดุ high-gloss black ชั้นดีรมด้วยสีดำเงา พวงมาลัยก็จะมีความแตกต่างทางด้านดีไซน์ระหว่าง Luxury Line กับ M Sport เช่นกัน

นอกจากมีการเปลี่ยนแปลงการตกแต่งภายใน ก็มีการปรับปรุงระบบ instrument ใหม่เช่นกัน โดยปรับปรุงการใช้งานให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงมีการเปลี่ยนขนาด icon ที่ใช้แสดงผลอีกด้วย ส่วนมาตรวัดความเร็ว BMW ก็จับเปลี่ยนใหม่โดยใช้หน้าจอสีแสดงผลแบบ TFT เรียกได้ว่าเปลี่ยนกันยกชุดกันเลยทีเดียว เชื่อว่าต้องมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ เพราะว่าหน้าจอ TFT จะแสดงผลออกมาในรูปแบบกราฟฟิกนั่นเอง หมายความว่าจะไม่มีการใช้เข็มวัดกันอีกต่อไป แต่ก็มีข้อดีแลกเปลี่ยน คือ จอ TFT สามารถแสดงผลได้สวยงามและหลายรูปแบบ จอแสดงผลจะเปลี่ยนไปตามโหมดที่ผู้ขับขี่เลือก (Eco Pro / Comfort / Sport)

ปรับปรุงช่วงล่างใหม่

ช่วงล่างของ BMW 4 Series Coupe และ 4 Series Gran Coupe ถูกเซตมาให้สปอร์ตและแข็งขึ้น แม้ว่าจะเซตช่วงล่างมาแบบนี้ แต่ BMW ก็ยังไม่ละทิ้งความสบายในการขับขี่ นอกจากช่วงล่างแบบธรรมดา ยังมีช่วงล่าง Adaptive suspension สำหรับในรุ่น M Sport  ช่วงล่างถูกเซตมาให้สัมพันธ์กับพวงมาลัยเพื่อสร้างการขับขี่ที่ดีขึ้นอีก ยังไม่พอแค่นั้น BMW ก็ได้จัดเต็มสำหรับคนที่รักการขับขี่ด้วยการติดตั้งยางคุณภาพสูงมาจากโรงงาน(สำหรับรุ่น 430i , 430d ขึ้นไปเท่านั่น)

รายละเอียดเครื่องยนต์ มี 2 เครื่องยนต์ให้เลือกดีเซล กับ เบนซิน

ดีเซล

  • BMW 418d 150 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 4.5 – 4.1 l/100 km ปล่อย CO2 เพียง 110 g/km
  • BMW 420d 190 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ปล่อย CO2 111 g/km
  • BMW 430d 258 แรงม้า แรงบิด 560 นิวตันเมตร ปล่อย CO2 129 g/km
  • BMW 435d xDrive 313 แรงม้า แรงบิด 630 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลื่อง  5.9 – 4.0 l/100 km ปล่อย CO2 106 – 155 g/km

เบนซิน

  • BMW 420i 184 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร ปล่อย CO2 144 g/km
  • BMW 430i 252 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ปล่อย CO2 143 g/km
  • BMW 440i 326 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 7.9 – 5.5 l/100 km ปล่อย CO2 127 – 185 g/km

ที่มา :press.bmwgroup

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments

comments