BMW M2 CS ทรงพลังขั้นสูงสุดของบอดี้ F87 กับพลังจาก M4 CS

BMW M2 CS

นับตั้งแต่ปี 2015 M2 บอดี้ F87 ได้ทำหน้าที่ประตูต้อนรับสมาชิกชาว M เข้าสู่โลกของรถเยอรมันสมรรถนะสูงที่ขับสนุก และใช้งานได้ทุกวัน มาบัดนี้ ก็นับเป็นเวลา 4 ปีเข้าไปแล้ว M2 ตัวถังปัจจุบันอาจยังเหลือเวลาทำตลาดอีกไม่นานนัก แต่ทุกคนที่อยู่กับ BMW มานานพอจะทราบดีว่า..ไม่ว่าบอดี้ไหนรุ่นไหนก็ตาม ตัวแรงสุด โหดสุด มักจะโผล่มาในช่วงท้ายอายุการตลาดเสมอ

และในวันที่ 6 พฤศจิกายน เว็บไซต์สื่อมวลชนของ BMW ก็ได้เผยโฉมหน้าของ M2 CS.. ชื่อนั้นอาจจะสั้น แต่ความมันส์นั้นมาแรงและอยู่แบบยาวๆ ด้วยองค์ประกอบที่มองผ่านสามวินาทีก็รู้แล้วว่า ทำมาเพื่อเอาใจคนที่ชื่นชอบการขับรถเป็นอย่างมาก และมักจะเป็นลูกค้าประเภทที่ชอบนำรถของตัวเองไปขับบนสนาม จะเช็ด Apex ชนกรวยหรือรับสะเก็ดหินบ้างก็ไม่หวั่น เพราะฉันไม่ได้ซื้อรถแบบนี้มาแค่จอดโชว์แน่นอน

M2 CS นั้น มีตำแหน่งทางการตลาดอยู่สูงกว่า M2 Competition มีความแรงระดับเดียวกันกับรุ่นพี่อย่าง M3 CS และ M4 CS และมาพร้อมอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการขับขี่ และสิ่งอื่นๆที่จำเป็นต่อการบอกให้สายตาคนภายนอกรับรู้ว่า ถึงแม้จะเป็นน้องเล็กในตระกูล M แต่นี่คือรุ่นพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด

สิ่งที่ทำให้ M2 CS โดดเด่นขึ้นมาประการแรกก็คือสีน้ำเงินฟ้าใหม่ Misano Blue Metallic กับล้ออัลลอยแบบ Y Spoke ขนาด 19 นิ้ว ซึ่งจะมาเป็นสีดำ แต่ถ้าลูกค้าต้องการก็สามารถสั่งพ่นเป็นสีทองโทนพิเศษได้

และตามประสารถรุ่นพิเศษ ต้องลงคาถาเสกคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ลิ้นหน้า ดิฟฟิวเซอร์หลัง กระจกมองข้างแบบ M Double-arm Design รวมไปถึงหลังคาและสปอยเลอร์แบบตูดเป็ดขนาดเล็กที่อยู่ข้างหลัง เพียงทั้งหมดนี้ก็พอแล้วสำหรับความเก๋แบบรถ Limited Edition ที่ไม่ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้กลายเป็น Fast & Furious แต่ประการใด

M2 CS มีขนาดตัวถังยาว 4,461 มิลลิเมตร ความกว้างเพิ่มจาก 1,854 มิลลิเมตรในรุ่น Competition กลายเป็น 1,871 มิลลิเมตร ความสูงเพิ่มอีก 4 มิลลิเมตร กลายเป็น 1,414 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,693 มิลลิเมตร ระยะความกว้างของช่วงล้อหน้า/หลัง (Front/Rear Track) เท่ากับ 1,579 และ 1,601 มิลลิเมตรเท่ากับรุ่น Competition ขนาดความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพิ่มจาก 0.36 เป็น 0.37

สำหรับน้ำหนักตัวถังนั้น ถ้าเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ วัดตามมาตรฐาน EU 1,625 กิโลกรัม ส่วนรุ่นเกียร์คลัตช์คู่ 7 จังหวะอยู่ที่ 1,650 กิโลกรัม น่าสงสัยหน่อย..เพราะ M2 CS นั้นมีฝากระโปรงหน้าที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งทาง M Division เคลมว่าเบากว่าของ Competition ตั้ง 50% แล้ว แต่น้ำหนักตัวรถกลับเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ภายในรถนั้น ยังมีอุปกรณ์สั่งพิเศษเพิ่มเข้ามา ซึ่งก็คือเบาะ M Competition Sport Seat แบบใหม่ บุส่วนพนักพิงหลังด้วย Alcantara เจาะช่อง 2 ช่องเอาไว้ตรงจุดพิงหลัง ตัดเย็บตะเข็บด้านสีแดง พร้อมชุดเข็มขัดนิรภัย M Seatbelt ตัวเบาะนั้นออกแบบและวิจัยโดยอาศัยประสบการณ์ทางมอเตอร์สปอร์ตเข้ามาช่วย เพิ่มความสูงและใหญ่ของปีกข้างเพื่อล็อคตัวคนขับเวลาสาดโค้ง สามารถปรับส่วนต่างๆได้อย่างอิสระ และแน่นอนว่าโลโก้ M2 บนเบาะ จะเรืองแสงในยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน

คอนโซลกลางของ M2 CS จะเป็นแบบหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา เช่นเดียวกับราวเหนี่ยวบนบานประตูที่ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนพวงมาลัยนั้น เป็นแบบ M Sport Steering ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งหุ้ม Alcantara ได้เป็นออพชั่นเสริม

ส่วนแผงมาตรวัดต่างๆนั้น ยกชุดมาจาก M2 Competition ซึ่งเป็นหน้าปัดเข็มขนานแท้และดั้งเดิม อ่านค่าได้ง่ายและรวดเร็ว น่าจะเป็น BMW M รุ่นสุดท้ายแล้วที่มีหน้าปัดแบบคลาสสิคอย่างนี้ใช้

หัวใจของ M2 CS เป็นเครื่องยนต์แบบ S55B30 เทอร์โบคู่ Single Scroll เสื้อสูบตัน (Close-deck) ที่ยกมาจาก M3 CS และ M4 CS

รายละเอียดของเครื่องยนต์นั้น เป็นแบบ 6 สูบเรียง อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ลูก ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ High Precision Direct Injection พร้อมระบบ Valvetronic และวาล์วแปรผัน Double-VANOS ความจุ 2,979 ซี.ซี. จากขนาดปากกระบอกสูบ 84.0 มิลลิเมตร ช่วงชักกระบอกสูบ 89.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2:1 ให้แรงม้าสูงสุด 450 hp ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดมากถึง 550 นิวตันเมตรตั้งแต่ 2,350-5,500 รอบต่อนาที

นับว่า แรงกว่า M2 Competition ถึง 40 แรงม้า และแม้แรงบิดสูงสุดจะเท่าเดิม แต่เพิ่มรอบการทำงานที่มีแรงบิดสูงสุด จาก 5,200 เป็น 5,500 รอบต่อนาที ลากรอบดึงโหดยาวกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าสังเกตภายในห้องเครื่องยนต์ ก็จะเห็นส่วนที่เป็นคาร์บอนเงา ซึ่งเป็นจุดค้ำตัวถัง (Precision Strut) ซึ่งเป็นของใหม่สำหรับ M2 CS ดัดแปลงมาจากชิ้นส่วนของรถ M3/M4 ทำให้ห้องเครื่องดูมีความอลังการ แล้วยังมีประโยชน์จริงในแง่ของการลดอาการบิดของตัวถังเวลากระแทกบัมพ์หรือเข้าโค้งอย่างรุนแรง ชิ้นส่วนทั้งชิ้นนี้มีน้ำหนักแค่เพียง 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น

ระบบส่งกำลังมีให้เลือก 2 แบบเช่นเดียวกับ M2 Competition โดยที่ M Division จะติดตั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มีอัตราทดดังนี้

  • เกียร์ 1 – 4.110
  • เกียร์ 2 – 2.315
  • เกียร์ 3 – 1.542
  • เกียร์ 4 – 1.179
  • เกียร์ 5 – 1.000
  • เกียร์ 6 – 0.846

ส่วนเกียร์ถอยหลัง ทดไว้ที่ 3.727 เฟืองท้ายเท่ากับ 3.462

รุ่นเกียร์ธรรมดานี้ นอกจากจะใช้อ่างน้ำมันเกียร์แบบ Wet Sump ที่หล่อลื่นหล่อเลี้ยงเฟืองเกียร์ได้อย่างทั่วถึงแล้ว ก็ยังมีระบบ RevMatching ซึ่งเมื่อขับแบบเหาะมาเร็วๆแล้วใส่เกียร์ต่ำ กล่อง ECU จะสั่งเบิ้ลรอบเครื่องให้สัมพันธ์กับความเร็วและเกียร์ที่เรากำลังจะเปลี่ยนไปหาโดยอัตโนมัติ หรือเวลาเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง ระบบก็จะคำนวณจากความเร็ว แล้วลดรอบเครื่องไปรอในจุดที่เหมาะสม แต่ระบบนี้จะหยุดทำงานถ้าคนขับปิด DSC

สำหรับรุ่น คลัตช์คู่ M-DCT 7 Speed Double Clutch Transmission with DriveLogic มีอัตราทดเกียร์ดังนี้

  • เกียร์ 1 – 4.806
  • เกียร์ 2 – 2.593
  • เกียร์ 3 – 1.701
  • เกียร์ 4 – 1.277
  • เกียร์ 5 – 1.000
  • เกียร์ 6 – 0.844
  • เกียร์ 7 – 0.671

ส่วนเกียร์ถอยหลัง ทดไว้ที่ 4.172 เฟืองท้ายเท่ากับ 3.462 พูดง่ายๆคือ ทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ รวมถึงเฟืองท้าย เหมือน M2 Competition

ช่วงล่างของ M2 CS ด้านหน้าเป็นแบบอิสระสตรัท Double-joint ปีกนกทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ยกมาจาก M4 ส่วนด้านหลังก็เป็นแบบอิสระมัลติลิงค์ (5-Link) พร้อมปีกนกอะลูมิเนียม ซึ่งก็ยกมาจาก M4 เช่นกัน มีการจูนปรับองศาของช่วงล่างและระยะการยุบยืดโดยทีมวิศวกร M Division ส่วนระบบบังคับเลี้ยวนั้น เป็นพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า M Servotronic อัตราทดเฟืองอยู่ที่ 15.0:1 ซึ่งสามารถปรับน้ำหนักความตึงมือของพวงมาลัยได้ด้วยสวิตช์บริเวณข้างคันเกียร์

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาสำหรับ M2 CS ที่เหนือกว่า Competition ก็คือ ระบบช่วงล่าง M Adaptive Suspension ที่สามารถปรับความหนืดของช่วงล่างตามการขับขี่ได้โดยอัตโนมัติ หรือปรับตามโหมดการขับขี่ที่ผู้ขับเลือก

นอกจากนี้ M2 CS ยังได้ M Sport Brakes ซึ่งจะเพิ่มขนาดจานเบรกหน้าเป็น 400 มิลลิเมตร ด้านหลังเพิ่มเป็น 380 มิลลิเมตร คาลิเปอร์สีเทาพร้อมผ้าเบรกขนาดโตกว่าปกติ ด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์ 6 Pot และด้านหลังเป็นคาลิเปอร์แบบ 4 Pot ซึ่งถ้าเป็นใน M2 Competition สเป็คมาตรฐานจะใช้จานหน้าขนาด 380 จานหลัง 370 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 4 และ 2 Pot ตามลำดับ

ล้อและยางที่ใช้ ด้านหน้าเป็นขนาด 245/35ZR ล้อขนาด 19 นิ้ว ความกว้างกระทะล้อ 9.0 นิ้ว ด้านหลังใช้ยางขนาด 265/35ZR ล้อขนาด 19 นิ้ว ความกว้างกระทะล้อ 10 นิ้ว เท่ากับ M2 Competition ส่วนยางที่ใช้เป็น Michelin Pilot Sport Cup 2

M2 CS ได้เฟืองท้ายแบบ M Active Differential เหมือนรุ่น Competition ซึ่งสามารถปรับอัตราการล็อคการกระจายกำลังระหว่างล้อหลังด้านซ้ายและขวา โดยสามารถสั่งล็อคได้ตั้งแต่ 0-100% แปรผันไปตามลักษณะการขับขี่และโหมดการขับขี่ที่เลือก โดยจะประมวลผลจาก องศาคันเร่ง, องศาพวงมาลัย, แรงเหวี่ยงออกข้าง, แรงบิดจากเครื่องยนต์, ความเร็วการหมุนของล้อแต่ละข้างและแรงกดที่เบรก

ระบบ Dynamic Stability Control นั้นก็มีการปรับใหม่หมด พร้อมฟังก์ชั่น MDM – M Dynamic Mode ซึ่งสามารถกดใช้ได้เลย หรือเปิดโดยอัตโนมัติเมื่อตั้งโหมดตอบสนองเป็น Sport+ เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ระบบรักษาการทรงตัวและ Traction Control จะพยายามไม่เข้ามายุ่งกับคำสั่งของเรา ปล่อยให้คนขับสนุกได้เต็มที่และจะช่วยก็ต่อเมื่อถึงภาวะจวนตัวจริงๆ

ทั้งหมดนี้ รวมกัน ทำให้ M2 CS รุ่นเกียร์ธรรมดา มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.2 วินาที ส่วนรุ่น M-DCT จะเหลือ 4.0 วินาที (เร็วกว่ารุ่น Competition 0.2 วินาที) ส่วนความเร็วสูงสุดนั้น เพราะมี M Driver’s Package มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จึงเลื่อนจุดล็อคความเร็วไปอยู่ที่ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับรายละเอียดของ M2 CS? นี่ล่ะ ยอดรถเล็กพริก Habanero ที่แสบสันต์ยิ่งกว่าพริกขี้หนูอย่าง M2 Competition เสียอีก ด้วยการปรับพลังเพิ่ม รวมถึงชุดอุปกรณ์ที่ใส่เข้ามา ทำให้มันสามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายขึ้นจากการที่ใช้ล้อและยางขนาดเท่าเดิม แต่มีระบบ M Adaptive Suspension และในขณะเดียวกัน เมื่อต้องลงหวดกับเพื่อนในสนามแข่ง พลังจาก 450 แรงม้านั้น น่าจะทำให้รุ่นพี่อย่าง M4 CS หนาวๆร้อนๆได้เหมือนกัน

ถึงแม้ F87 M2 จะเดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายของอายุการตลาดแล้ว แต่บางครั้ง รถดีก็จะคล้ายวิสกี้ชั้นเลิศ บ่มยิ่งนาน รสยิ่งดี และทำให้ทุกการดื่มด่ำเป็นที่จดจำ ถึงแม้คุณจะไปเจอ M คันใหม่ที่แรงกว่า เร็วกว่าในอีกหลายปีข้างหน้า แต่คุณจะจำได้ว่ารถเล็กๆ ตัวไม่หนัก ขับเคลื่อนล้อหลัง กับเครื่อง 6 สูบเทอร์โบและเกียร์ธรรมดา กับคันเบรกมือสลิงแบบคลาสสิค..นี่ล่ะจะเป็นรสชาติของการขับขี่แบบที่คุณจะเล่าให้คนรุ่นหลานฟัง

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments