BMW เผยโฉม X3M และ X4M อย่างเป็นทางการ พร้อมรุ่น Competition 510 แรงม้า!

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2019 BMW ได้ทำการเปิดตัวสมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูล M เปิดตลาดใหม่ให้กับพ่อบ้านแม่เรือนที่อยากได้รถทรงสูงแต่ใจยังซิ่งแล้วยังอยากวิ่งหัวแถวอีกต่างหาก และนี่ก็คือ BMW X3M (รหัสตัวถัง F97) และ BMW X4M (รหัสตัวถัง F98) รถแบบ SUV สองทรงที่ออกแบบมาจับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างทั้งในกลุ่มที่เล็งเห็นประโยชน์จากการบรรทุกสัมภาระและความโอ่โถงของห้องโดยสาร กับกลุ่มที่ต้องการรถยกสูงที่ลุยไม่กลัวเนินแต่ขับแล้วไม่ดูเหมือนพ่อบ้านมากเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม รถทั้งสองคันนี้มีหัวใจเดียวกัน คือเครื่องยนต์ 6 สูบที่พิษสงร้ายกาจที่สุดเท่าที่ BMW เคยสร้างมา

X3M และ X4M คือการนำรถสไตล์ SAV และ SAC มารวมกับความดุดันร้ายกาจแบบ Performance car ตระกูล M ในปัจจุบัน ถูกล่ะ บางคนอาจจะมองว่ารุ่น M40i ที่ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตรก็ปั่นม้าได้ตั้ง 355 แรงม้าแล้ว บางคนบอกไม่รู้จะเอาไปวิ่งที่ไหน แต่ใครก็ตามที่คิดแบบนั้นผมว่าคุณกำลังอยู่ผิดเว็บแล้วล่ะครับ พูดถึงพละกำลัง บวกกับความง่ายในการขับในชีวิตประจำวัน นั่นคือจุดเด่นของรถตระกูล M มาโดยตลอด และในเมื่อคู่แข่งอย่าง Mercedes-AMG สามารถทำ GLC63 ได้ ทำไม BMW จะทำรถครอบครัวที่แรงทะลุหลัก 400 ม้าบ้างไม่ได้? แถมมาคราวนี้ยังพกเวอร์ชั่น “Competition” ตัวแรงมาพร้อมๆกัน

X3M

X3M มีขนาดตัวถังยาว 4,726 มิลลิเมตร กว้าง 1,897 มิลลิเมตร สูง 1,667 มิลลิเมตร  ความยาวฐานล้อ 2,864 มิลลิเมตร ระยะแทร็คหน้า/หลัง เท่ากับ 1,623 และ 1,602 มิลลิเมตร ขนาดถังน้ำมัน 65 ลิตร น้ำหนักตัวถังตามมาตรฐาน EU อยู่ที่ 2,045 กิโลกรัม

X4M

X4M มีขนาดตัวถังยาว 4,758 มิลลิเมตร กว้าง 1,928 มิลลิเมตร สูง 1,618 มิลลิเมตร  ความยาวฐานล้อ 2,864 มิลลิเมตร ระยะแทร็คหน้า/หลัง เท่ากับ 1,623 และ 1,632 มิลลิเมตร ขนาดถังน้ำมัน 65 ลิตร น้ำหนักตัวถังตามมาตรฐาน EU อยู่ที่ 2,045 กิโลกรัม

รถทั้งสองรุ่น แชร์โครงสร้างพื้นฐาน เครื่องยนต์และระบบช่วงล่างร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกันทำให้รูปทรงของรถไม่เหมือนกัน X3 จะเน้นความโหดแบบเรียบ ดูแล้วไม่รู้ว่าเป็นรถแรงพิเศษ ต้องสังเกตจากกระจังหน้าแบบเดาเงาและกันชนที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ M car เท่านั้น ส่วน X4 นั้นมีสัดส่วนที่ยาวกว่า เตี้ยกว่า กว้างกว่า และยังมีแทร็คล้อหลังที่ขยายกว้างออกไปอีก ทำให้ได้มาดรถมาเฟียขนาดเขื่องที่ดูแล้วเอาเรื่องกว่า

S58-หกเม็ดเรียง ดุสุดเท่าที่ BMW เคยสร้าง

BMW หมดงบลงทุนไปมหาศาลกับการสร้างเครื่องยนต์หกสูบเรียงเทอร์โบให้มีประสิทธิภาพดีอันดับต้นของตลาด ในเครื่องยนต์บล็อคใหม่ของ X3M และ X4M นี้ ก็เป็นเครื่องยนต์แบบที่อาจถูกนำมาใช้แทนเครื่อง S55 3.0 ลิตรทวินเทอร์โบที่อยู่ใน M3/M4 ที่กำลังจะตกรุ่นในไม่ช้า

ขอเชิญทุกท่านพบกับเครื่องยนต์ “S58” ใหม่ล่าสุด เป็นเครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียง 24 วาล์ว ขนาดความจุ 2,993 ซี.ซี. จากขนาดกระบอกสูบ 84.0 มิลลิเมตรและช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร ซึ่งขนาดของกระบอกสูบ แทนที่จะเหมือน B58 (82.0 x 94.6 มิลลิเมตร) กลับจะไปมีขนาดปากกระบอกสูบเท่ากับเครื่องยนต์ S55 แต่ช่วงชักยาวกว่า (S55 ใช้ช่วงชัก 89.6 มิลลิเมตร) อัตราส่วนกำลังอัดลดจาก 11:1 ใน B58 เหลือเพียง 9.3 : 1 เพื่อให้เหมาะสมกับบูสท์ที่เพิ่มขึ้น ใช้เทอร์โบชาร์จแบบธรรมดา (ไม่ใช่ Twin-scroll และไม่แปรผัน) จำนวน 2 ลูก ต่อแบบ Parallel Twin Turbo setup โดยเทอร์โบลูกแรกรับผิดชอบสูบ 1-3 และเทอร์โบอีกลูกรับสูบ 4-6

นอกจากเทคโนโลยีมาตรฐาน BMW อย่างแคมชาฟท์แปรผัน VANOS กับระบบแปรผันระยะเวลายกวาล์ว VALVETRONIC ทั้งฝั่งไอดี/ไอเสีย กับหัวฉีดแบบ High Precision Injection แล้ว เครื่องยนต์ S58 นี้ยังมีข้อเหวี่ยงที่สร้างขึ้นโดยวิธีการฟอร์จเพื่อความแข็งแรงสูงสุด เสื้อสูบก็เป็นแบบตัน (Closed-deck) เหมือนกับ S55 เพราะต้องการเน้นความทนทาน รับภาระความร้อนและแรงดันสูง อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในเครื่องนี้เป็นครั้งแรกคือฝาสูบที่ขึ้นรูปด้วยวิธีการ 3D-printing แทนวิธีการหล่อขึ้นรูปแบบเดิม ซึ่งวิศวกร BMW เผยว่าการใช้เทคโนโลยี 3D-printing ทำให้สามารถออกแบบฝาสูบได้ซับซ้อนขึ้น แถมเมื่อผลิตเสร็จยังมีน้ำหนักเบากว่าฝาสูบ Cast Aluminium แบบเดิมอีกด้วย

ผลที่ได้คือพละกำลัง 480 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตรที่ 2,600-5,600 รอบต่อนาที ปล่อยค่า CO2 ตามมาตรฐานเยอรมนี 239 กรัม/กิโลเมตร แต่ถ้านั่นยังไม่พอ ขอเชิญอัพเลเวล เป็นรุ่น Competition แล้วจะได้เครื่องยนต์ที่จูนเพิ่มกำลังเป็น 510 แรงม้าที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร เริ่มจาก 2,600 ไปจนถึง 5,950 รอบต่อนาที ปล่อยค่า CO2 เท่ากัน และมีเรดไลน์ที่ 7,200 รอบต่อนาทีเหมือนกันทั้งสองสเป็ค

เนื่องจากคนที่ซื้อรถตระกูล M คงไม่ได้เอาไว้ขับพาแมวไปอาบน้ำ ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องพร้อมรบ ระบบน้ำมันเครื่องของ S58 จึงเป็นแบบ 2-Chamber ความจุน้ำมันเครื่อง 7 ลิตร ซึ่งจะมีอ่างน้ำมันเครื่องกั้นห้อง ห้องหนึ่งเป็นอ่างปกติสำหรับการวิ่งทั่วไป แต่เมื่อสถานการณ์บังคับจะมีท่อชุดแยกต่างหาก ดูดน้ำมันเครื่องจากอีกห้องหนึ่งเข้ามาช่วยระบายความร้อนเพิ่ม นอกจากนี้ X3M/X4M ยังมีออยล์คูลเลอร์แยกสำหรับน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์อย่างละ 1 ชุด

เครื่องยนต์ S58 ถูกปรับจูนมาให้มีสุ้มเสียงดุดันคล้ายเครื่อง S55 และโหดกว่า B58 ในรุ่น M40i ในโหมด Sport และ Sport + ท่อไอเสียแบบมี Flap เปิด/ปิดจะปล่อยให้เสียงแผดคำรามเต็มที่ บนคอนโซลยังมีปุ่มสำหรับกดเพื่อให้ท่อทำงานเงียบเสียง สำหรับพ่อบ้านกลับดึกที่ไม่อยากปลุกลูกตื่น

เกียร์อัตโนมัติ Torque Converter กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Rear-bias

สำหรับ X3M และ X4M นี้ ทาง BMW เลิกคบกับเกียร์คลัตช์คู่ M-DCT ใน M3/M4 แล้วหันมาใช้เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ M Steptronic Sport with Drivelogic ซึ่งเป็นเกียร์ส่งกำลังผ่านชุด Torque Converter แบบเกียร์อัตโนมัติทั่วไป และเป็นแบบเดียวกับที่ใช้อยู่ใน BMW M5

ข้อมูลอัตราทดเกียร์ สำหรับทั้งรุ่นธรรมดา และรุ่น Competition มีดังนี้

  • เกียร์ 1 = 5.000
  • เกียร์ 2 = 3.200
  • เกียร์ 3 = 2.140
  • เกียร์ 4 = 1.720
  • เกียร์ 5 = 1.320
  • เกียร์ 6 = 1.000
  • เกียร์ 7 = 0.820
  • เกียร์ 8 = 0.640
  • เกียร์ถอยหลัง = 3.480 อัตราทดเฟืองท้าย = 3.150

ระบบ Drivelogic มีให้เลือก 3 ระดับตามความโหด โดยระดับที่ 1 จะเน้นความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์และการประหยัดน้ำมัน และระดับที่ 3 จะเน้นความเร็ว แรง กระชากเวลาเปลี่ยนเกียร์มากสุด และจะพยายามคาเกียร์ต่ำลากรอบไว้รอคำสั่งตอกคันเร่งอยู่เสมอ ส่วนระดับที่ 2 จะอยู่ปานกลางระหว่าง 1 กับ 3

ส่วนการขับเคลื่อนด้วย M xDrive ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ยกมาจาก M5 นั้น ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับรูปแบบของรถ จึงไม่มีโหมด 2WD สำหรับการดริฟท์ แต่กระนั้น ในการขับแบบปกติ ล้อหลังจะรับภาระขับเคลื่อนรถเอาไว้ จนกระทั่งแรงบิดเริ่มมากเกินกว่าที่ล้อคู่หลังจะรับได้ จึงจะมีการถ่ายกำลังไปล้อหน้า ในโหมด 4WD Sport ระบบจะพยายามถ่ายกำลังไปยังล้อคู่หลังให้มากที่สุด ทำให้รถตอบสนองคล้ายรถขับหลังและสามารถดริฟท์ได้นิดๆแบบที่ไม่ต้องหักพวงมาลัยแก้อาการเยอะ ระบบนี้บวกกับเฟืองท้าย Active M Differential ที่จัดสรรกำลังลงล้อหลังซ้าย/ขวาอย่างเหมาะสม กับระบบ DSC ที่มี Dynamic Traction Controlทำให้สามารถปรับค่าการทำงานของระบบ อนุญาตให้เจ้าของสามารถเล่นโหมดปราบพยศได้ แม้ว่านี่จะเป็นรถครอบครัวก็ตาม

ช่วงล่างของ X3M และ X4M มีรูปแบบที่เหมือนกัน โดยที่ด้านหน้าจะเป็นแบบ Double-joint Spring strut อิสระ ทำจากอะลูมิเนียมที่ได้รับการปรับจูนใหม่ตามสเป็คของ M ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระ Five-link ใช้ชิ้นส่วนทำมาจากเหล็ก ทั้งหมดนี้ตบท้ายด้วยระบบช่วงล่างปรับความหนืดอัตโนมัติพร้อมล็อคช่วงความหนืดตามโหมดการขับขี่ได้ M Adaptive Suspension ในรุ่น Competition จะได้ช่วงล่างบางส่วนเช่นปีกนกกับ Torque Arm และเหล็กกันโคลงเป็นแบบพิเศษเฉพาะรุ่น ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์ 4 ล้อเจาะรูและมีครีบระบายความร้าน ด้านหน้าใช้คาลิเปอร์ Fixed แบบ 4 Pot ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Floating 1 Pot

ล้อและยาง ในรุ่นปกติ จะใช้ยางหน้าขนาด 255/45ZR20 ส่วนด้านหลังมีขนาด 265/45ZR20 แต่สำหรับรุ่น Competition จะได้ล้อขนาด 21 นิ้ว ทำให้ต้องเปลี่ยนขนาดยางหน้าเป็น 255/40ZR21 และด้านหลัง 265/40ZR21

นอกเหนือจากนี้ ภายในของรถทั้งสองรุ่นก็ได้รับการตกแต่งสไตล์รถตระกูล M ซึ่งเราเริ่มจะชินตากันแล้ว สวิตช์โหมด M1 กับ M2 อยู่ที่ก้านพวงมาลัย เบาะสปอร์ต M และการตกแต่งด้วยลายคาร์บอน หน้าปัดแบบเฉพาะของรุ่น M โดยรวมแล้วยังเน้นความหรูหราอยู่ แต่เสริมความดุเข้าไปเพื่อให้ดูแตกต่างจากรุ่น M40i ที่แรงม้าน้อยกว่ากันอยู่โข

X3M และ X4M มีกำหนดที่จะเปิดตัวในตลาดอเมริกาภายในเดือนกรกฎาคม 2019 นี้ และสำหรับตลาดพวงมาลัยซ้ายในยุโรป อาจเปิดตัวเร็วกว่านั้นเล็กน้อย สำหรับประเทศไทย คงต้องรอลุ้น เพราะขนาด M4 และ M5 ราคาแรงๆ ก็ยังเอามาขายได้ ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ Hot version ของรถทั้งสองรุ่นนี้ เป็นการเปิดตลาดรถครอบครัวตัวบ้าพลังที่แม้แต่ Exotic SUV อย่าง Porsche Cayenne Turbo อาจจะต้องเริ่มคอยส่องกระจกมองหลังให้ดีเวลาวิ่งเดี่ยวบนด่วนยามดึก

Source: Press BMW Group

 

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments