เปิดตัว BMW M5 CS รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 635 แรงม้า 305 กม./ชม. 0-100 ใน 3.0 วินาที “สุด” ทุกทาง

ตอนที่ผมอ่านสเปกชีทของ BMW M5 CS จบ คำแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวก็คือ “Bonkers” ซึ่งนั่นทำให้มีปัญหาตามมาแทบจะทันที เพราะผมไม่รู้จะใช้คำศัพท์ภาษาไทยคำไหนที่สามารถจับใจความของคำนี้ได้อย่างถูกบริบท ใช่ครับ มันแปลว่า “บ้าคลั่ง” หรือแม้แต่ “วิกลจริต” และ BMW M5 CS มันก็บ้าคลั่งจริงๆ นั่นแหละ แต่มันเป็นในทางที่ดี คล้ายกับตอนที่คุณพูดถึงลูกเพื่อนว่าน่าเกลียดน่าชัง แต่แท้จริงแล้วคุณหมายถึงว่าน่ารักมากน่ะ เข้าใจใช่ไหม…

นี่คือ Flagship ของ BMW M GmbH คันแรกที่จะได้ใช้ป้ายชื่อรุ่น CS ซึ่งหมายถึงตัวแรงสุดขั้วประจำตระกูลที่เหนือกว่าทั้งรุ่น Competition และรุ่น M ธรรมดา มันยังเป็น CS เพียง 1 ใน 2 รุ่นที่ทำให้คุณสามารถสนุกไปพร้อมกันถึงสี่คนได้ด้วย ประสบการณ์กับ BMW M2 CS, BMW M3 CS และ BMW M4 CS คงพอจะทำให้คุณเดาทางออกว่า BMW M5 CS จะต้องมีหน้าตาและสเปกออกมาเป็นยังไง และมันก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ทุกอย่างถูกหมุนขึ้นไปที่ระดับ 11 เพราะผมไม่เคยเห็น BMW M รุ่นไหนที่สุดโต่งได้ขนาดนี้

บรรดาอุปกรณ์ตกแต่งสี Gold Bronze และ CFRP พิเศษเฉพาะรุ่น อย่าเผลอไปทักว่า DRL เป็นไฟหลอดไส้เข้าล่ะ…

เริ่มจากด้านหน้าที่กรอบกระจังหน้าไตคู่ถูกเปลี่ยนเป็นสีทองปนทองแดง เช่นเดียวกับป้าย M5 CS บนกระจัง ครีบแก้มหน้า และฝากระโปรงท้าย รวมถึงล้ออัลลอย M forged ลาย Y-spoke ขนาดด้านหน้า 9.5J x 20 และด้านหลัง 10.5J x 20 ครับ.. ‘Gold’ แล้วก็ ‘Bronze’ ต่อกันเป็น ‘Gold Bronze’ ราวกับ BMW ต้องการบอกว่า อย่าริจะมาแหยมกับโพเดียมไม่ว่าจะขั้นที่หนึ่ง สอง หรือสาม และถ้านั่นยังไม่พอ คุณสามารถสั่งเพิ่มออพชันพ่นสีคาลิปเปอร์เบรก M Carbon Ceramic เป็นสีทองได้อีกด้วย (BMW M5 Competition ได้เบรก M Compound) ในขณะที่ DRL รูปตัว L ดีไซน์ใหม่นั้น ในตอนเปิดรถ (Welcome Light) เปิดไฟต่ำตอนกลางคืน หรือยิงไฟสูง มันจะกลายเป็นสีเหลืองแทนสีขาว เพื่อให้ความรู้สึกราวกับมันคือรถแข่ง GT ที่เพิ่งหลุดออกมาจากสนามและมาจอดอยู่ตรงหน้าคุณ

กันชนหน้าเติม Front Splitter วัสดุ Carbon Fiber Reinforced Plastic (CFRP) ในขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆ ทั้งช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้า ครอบกระจกมองข้าง ฝาครอบเครื่องยนต์ M Power มีการเปิดเผยให้เห็นลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อความดุดันที่เพิ่มขึ้นและน้ำหนักที่เบาลง สปอยเลอร์หลังดีไซน์คล้ายมีปีกยื่นออกที่ฝั่งซ้ายและขวา กับดิฟฟิวเซอร์ทรงดุดันที่กันชนท้าย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น CS ก็เป็นวัสดุ CFRP ที่โชว์ให้เห็นลายคาร์บอนเช่นเดียวกัน ทั้งหมดรวมกับมาตรการลดน้ำหนักอื่นๆ เช่น การตัดกล่องเก็บของคอนโซลกลาง ซึ่งในรถทั่วไปจะต้องมีบานพับและกล่องเก็บของภายใน แล้วเปลี่ยนเป็นแผ่นวัสดุน้ำเบาที่ปิดตายแผ่นเดียว และชุดเบรก M Ceramic ช่วยทำให้ BMW M5 CS มีน้ำหนักเบากว่ารุ่น Competition และ M5 รุ่นธรรมดาถึง 70 กิโลกรัม

เครื่องยนต์ของ BMW M5 CS เป็นเครื่องเบนซิน V8 4.4 ลิตร เทอร์โบคู่ TwinPower Turbo พละกำลัง 635 แรงม้า (เหนือกว่า Competition 10 แรงม้า และ M5 รุ่นธรรมดา 35 แรงม้า) กับแรงบิด 750 นิวตันเมตร ที่สามารถเร่งรอบสูงสุดได้ถึง 7,200 รอบต่อนาที (เสียงในโหมด Sport+ คงหวานกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าและอาจทำให้คุณต้องยิงช็อตอินซูลินเข้ากระแสเลือด) พร้อมกับปรับปรุงระบบลำเลียงน้ำมันเครื่องใหม่หมด เพื่อป้องกันอาการที่น้ำมันเครื่องไหลไปกองข้างใดข้างหนึ่งจนทำให้เครื่องขาดน้ำมันหล่อลื่นชั่วขณะในขณะขับในสนามแข่ง ซึ่งมีแรงเหวี่ยงไปตามแนวยาวและแนวขวางอยู่ตลอดเวลา

อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไป 100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.0 วินาที (เร็วกว่ารุ่น Competition 0.3 วินาที) 200 กม./ชม. ใน 10.3 วินาที และสุดที่ 305 กม./ชม. แบบไม่ต้องซื้อ M Driver’s Package เพื่อปลดล็อคเพิ่ม แต่ถึงอย่างนั้น 305 กม./ชม. ก็เป็นความเร็วที่ถูกล็อคไว้ด้วยระบบอิเลกทรอนิกส์อยู่ดี และ BMW ไม่ได้เปิดเผยว่าถ้าไร้ซึ่งพันธนาการแล้ว เข็มความเร็ว BMW M5 CS จะไปหยุดที่จุดไหน ส่วนหนึ่งของอัตราเร่งที่เร็วขึ้นมาจากการพัฒนาแท่นเครื่องใหม่ให้แน่นกว่า M5 รุ่นธรรมดา ซึ่งทำให้การตอบสนองเร็วขึ้น

มันพ่วงเข้ากับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะพร้อมฟีเจอร์ Drivelogic ที่ปรับแต่งการตอบสนองของเกียร์ได้หลากหลาย และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ที่สามารถเลือกปรับเป็น 2WD ได้ โดยความพิเศษของ M5 CS คือคนขับจะสามารถเลือกปรับค่าแต่ละระบบ รวมถึงการทำงานของ DSC แยกกันได้อย่างอิสระ ทำให้คนขับที่มีทักษะฝีมือขั้นเทพสามารถเข้าถึงอสูรร้ายที่ซ่อนอยู่ได้อย่างถึงพริกถึงขิง เปิดประสบการณ์ดิบเถื่อนแบบบรรพบุรุษ BMW M5 ในอดีตสมัยที่ยังปราศจากระบบช่วยเหลือใดๆ

ในส่วนของช่วงล่างนั้น BMW M5 CS มีการปรับปรุงเบ้าช็อคอัพทั้งหน้าและหลังให้เหมาะกับความสูงรถที่ลดลง 7 มม. จากรุ่น Competition น้ำหนักตัวรถที่เบาลง และยาง Pirelli P Zero Corsa จากสนามแข่ง ขนาด 275/35R20 กับ 285/35R20 ที่เกาะถนนได้เหนียวหนึบ รวมถึงมีการปรับจูนการทำงานของช็อคอัพแปรผัน Variable Damper Control (VDC) ใหม่ โดยยังมีโหมดให้เลือกได้ตั้งแต่ COMFORT, SPORT และ SPORT+ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูเคลมว่ามันสามารถทำให้ M5 CS เป็นรถที่ขับทางไกลได้ไม่เหนื่อยล้า ขับบนถนนสายรองที่คดเคี้ยวได้สนุก และซัดได้สนามได้อย่างเต็มข้อ โดยที่รถสามารถสื่อสารทุกผิวสัมผัสจากพื้นสนามขึ้นมาหาคนขับได้อย่างชัดเจน ทว่าตอนทดสอบที่นรกเขียว Nürburgring-Nordschleife นั้น โหมดที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดกลับเป็น SPORT (ไม่พลัส)

ส่วนภายในก็ถูกยกระดับขึ้นไปแบบสุดโต่งเช่นเดียวกัน เบาะคู่หน้าเป็น M Carbon ที่พนักพิงศีรษะรวมเป็นชิ้นเดียวกับพนักพิงในลักษณะ Bucket seat พร้อมโลโก้ M5 เรืองแสง และหมอนรองศีรษะมีลายผ้าเป็นรูปแผนที่ Nürburgring ในขณะที่เบาะหลัง Fixed ว่ามีเพียงสองที่นั่งเท่านั้นเพราะว่ามันเป็นทรงแบบ Bucket seat คล้ายกับเบาะหน้า ระหว่างกลางมีโลโก้ CS ปั๊มเอาไว้ ทั้งหมดหุ้มหนัง Merino สีดำกับเดินด้ายสีแดง Mugello Red พวงมาลัย M Alcantara มาพร้อมกับแถบสีแดงที่ตำแหน่ง Center เหมือนรถแข่งคลาสสิคสมัยก่อน พร้อมปุ่ม M1 กับ M2 และแพดเดิลชิฟท์คาร์บอน แผงหน้าปัดกับพวงมาลัยตกแต่งด้วยทริมสีดำเงา Black Chrome กับป้าย CS สีแดงบนฝั่งผู้โดยสาร และสัญลักษณ์ M5 กระจายอยู่ทั่วห้องโดยสาร

บีเอ็มดับเบิลยูยังเปิดตัวสีพิเศษสำหรับ M5 CS ใหม่ด้วย คือสีเทาเมทัลลิคผิวด้าน Frozen Brands Hatch Grey metallic กับ สีเขียวเมทัลลิคผิวด้าน Frozen Deep Green metallic

กำหนดการออกสู่ตลาดของ BMW M5 CS จะเริ่มในช่วงฤดูใบไม้ผลของปีนี้ (ประมาณไตรมาส 3) โดยราคาที่ตั้งไว้ 180,400 ยูโร และผลิตเป็นจำนวนจำกัด โดยบีเอ็มดับเบิลยูยังไม่ได้แจ้งว่ามีแผนผลิต BMW M5 CS จำนวนกี่คัน แต่ราคาที่สูงกว่า BMW M5 และ BMW M5 Competition ถึงราว 40-50% นั้นคงบอกถึงความ “จำนวนจำกัด” ของมันได้เป็นอย่างดี (รวมถึงความบ้าแบบสุดทางของมันด้วย…)

The following two tabs change content below.
Thanapol Ratanaboon
มนุษย์เงินเดือนผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์สมรรถนะยอดเยี่ยม นักแข่งรถสมัครเล่นที่มักจะพบเห็นวิ่งดมฝุ่นอยู่ท้ายสนาม คุณพ่อของลูกสาวที่น่ารัก และหนึ่งในทีมงาน Bimmer-th.com

Comments

comments