The All-New BMW X5. The ‘X’ Reborn. ถึงเวลาบิดาตระกูล X จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

24 ปี มาแล้วที่เงินจำนวน 800 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง ถูกโอนออกจากสำนักงานใหญ่ในมิวนิคของ BMW ไปให้บริษัท British Aerospace แห่งเมืองผู้ดีเพื่อแลกกับความเป็นเจ้าของ Land Rover จ้าวป่าที่เข้ามาใช้ชีวิตหรูหราอยู่กลางเมืองใหญ่แต่ไม่เคยทิ้งเขี้ยวเล็บความแข็งแกร่งไว้ข้างหลัง นั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดจากมุมมองของทุกคนไม่เว้นแม้แต่ Quandt family ตระกูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัท มีเพียง BMW เท่านั้นที่รู้ดีว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ 5 ปีถัดมาที่งาน Detroit Motor Show ในปี 1999 BMW ก็เปิดผ้าคลุมรถยนต์อเนกประสงค์ตรวจการณ์คันแรกของค่ายที่พร้อมผลิตขายในชื่อ X5 ซึ่งพัฒนาจากองค์ความรู้ที่ได้มาจากการซื้อกิจการครั้งนั้น พร้อมกับนิยามมันใหม่ว่าเป็น ‘Sports Activity Vehicle’ หรือ ‘SAV’

BMW X5 สามเจนเนอเรชันกับรถบนท้องถนนทั่วโลกจำนวนกว่า 2.2 ล้านคันผ่านไป ในปี 2018 ก็ถึงเวลาที่ BMW X5 ใหม่ รหัสตัวถัง G05 จะออกมารับหน้าที่สืบสานความสำเร็จนั้นต่อจากรุ่นพี่ รถรุ่นใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นในทุกมิติตั้งแต่ระยะฐานล้อที่ 2,975 มิลลิเมตร (+42 มิลลิเมตร) ความยาวตัวถัง 4,922 มิลลิเมตร (+36 มิลลิเมตร) ความกว้าง 2,004 มิลลิเมตร (+66 มิลลิเมตร) และความสูง 1,745 มิลลิเมตร (+19 มิลลิเมตร) ซึ่งทำให้รูปลักษณ์ภายนอกมีความโดดเด่นมากขึ้น และพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แต่ในเมื่อนี่คือการมาถึงของบิดาแห่งตระกูล X รุ่นใหม่ ชาวมิวนิกจึงจัดการต้อนรับด้วยการอัดเทคโนโลยีและความล้ำสมัยให้ BMW X5 ใหม่ อย่างแน่นขนัดจนทำให้บทความนี้ยาวเหยียดไปหลายหน้ากระดาษ และมันอาจทำให้คุณเอือมกับคำว่า “ครั้งแรก” ก็เป็นได้ …แต่นั่นก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าเอือมที่จะอ่านจนจบและไม่เอือม Bimmer-th.com ก็พอ

ภายนอก กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า/ไฟท้าย LED มาตรฐาน

สัดส่วนภายนอกของ BMW X5 ใหม่ ยังคงความเป็น SAV อย่างสมบูรณ์แบบ แต่บริบทในการออกแบบถูกปรับให้เรียบง่ายเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น พื้นผิวที่สะอาดตา (Clean) เส้นสายที่บางและคม (Precise) และมัดกล้ามบนตัวรถที่สร้างความรู้สึกแข็งแกร่ง (Robust) คือเอกลักษณ์ของงานออกแบบภายนอก ซึ่ง BMW บอกว่าจะถูกถ่ายทอดเป็นยังรถตระกูล X คันอื่นๆ ในอนาคต

ความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดที่ด้านหน้าคือ กระจังหน้าไตคู่ถูกขยายความสูงจนเกือบจรดกับช่องดักลมกลางกันชน ติดตั้งครีบ Active air flap เปิดปิดได้อัตโนมัติซ่อนไว้ตามเดิม ไฟหน้ามาตรฐานเป็นแบบ LED ที่ลำแสงไฟสูงสามารถส่องได้ไกลถึง 300 เมตร แต่ถ้าคุณเป็นคนเดินทางไกลในตอนกลางคืนบ่อยก็สามารถเลือกออพชันไฟหน้า BMW Laserlight ที่มีสัญลักษณ์ ‘x’ สีฟ้าขนาดเล็กตรงกึ่งกลางโคมไฟหน้าแต่ละดวงที่จะขยับระยะไฟสูงออกไปเป็น 500 เมตร พร้อมฟีเจอร์ Selective Beam แหวกลำแสงป้องกันการรบกวนรถที่วิ่งอยู่ด้านหน้าอัตโนมัติได้

ด้านข้างแนวสะโพกรถมีการยกตัวขึ้นบนประตูหลังเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้รถดูทรงพลังและปราดเปรียวขึ้น แถมยังสอดรับกับไฟท้าย LED ที่มีความตื้นและลึกแบบสามมิติได้อย่างลงตัว ล้ออัลลอยมาตรฐานมีตั้งแต่ขนาด 18, 19 และ 21 นิ้ว ตามขนาดเครื่องยนต์ และถ้านั่นยังไม่สะใจก็สามารถสั่งออพชันล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว ซึ่งถูกนำมาใช้กับ BMW เป็นครั้งแรกได้ โดยมีให้สองตัวเลือกคือล้อ M ลายก้านคู่ Twin-spoke กับล้อ BMW Individual

ฝาท้ายยังคงเอกลักษณ์จุดเด่นของ BMW X5 ที่แบ่งบน-ล่างเป็นสองส่วน โดยถ้าหากรถมีฟีเจอร์ Comfort Access ติดตั้งมาด้วย ฝาท้ายทั้งสองก็จะสามารถเปิดปิดได้ด้วยการเตะเข้าไปที่ใต้กันชนตรงกึ่งกลางรถ ความจุห้องเก็บสัมภาระขณะยกเบาะตั้งขึ้นตามปกติอยู่ที่ 645 ลิตร แต่สามารถขยายความจุเพิ่มขึ้นได้อีกเกือบสามเท่าตัว! หรือ 1,860 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังแบบ 40:20:40 ลง ส่วนแผ่นบังสัมภาระด้านท้ายสามารถขยับลงมาวางติดกับพื้นห้องเก็บของได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ภายในแยกตามรุ่นย่อย เรือนไมล์ Live Cockpit เต็มรูปแบบพร้อม BMW OS 7.0

BMW X5 ใหม่ จะเป็น BMW รุ่นแรกที่ออกสู่ตลาดพร้อมดีไซน์ห้องโดยสารแบบใหม่ เริ่มจากเรือนไมล์ BMW Live Cockpit Professional ดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมระบบปฏิบัติการ BMW OS 7.0 ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย แสดงผลผ่านทางหน้าจอขนาด 12.3” ขนาดเท่ากับหน้าจอควบคุมหลักบนคอนโซลกลาง หน้าจอ Head-up Display ขยายพื้นที่หน้าตัดในการฉายภาพขึ้นกระทบกระจกให้ใหญ่ขึ้นและปรับปรุงให้แสดงภาพสามมิติพร้อมกับข้อมูลได้มากขึ้น

แผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ นำปุ่มควบคุมแอร์มาเรียงอยู่เป็นแนวนอนอยู่ใต้ช่องแอร์คู่กลาง และขยับชุดควบคุมเครื่องเสียงที่ดีไซน์ในสไตล์ Minimalism ลงไปอยู่ด้านล่างแทน ถัดลงมาที่คอนโซลกลางจะพบว่าคันเกียร์และปุ่มควบคุม iDrive เป็นดีไซน์ใหม่แล้ว พร้อมกับการย้ายปุ่ม Start/Stop ลงมาวางไว้ที่ฐานคันเกียร์บริเวณเดียวกับปุ่มเลือกโหมดการขับ Driving Experience Control และฟีเจอร์อื่นๆ ตามที่มีในแต่ละรุ่นย่อยหรือเลือกใส่เพิ่มเข้ามา

บรรยากาศภายในรถถูกแยกให้แตกต่างไปตามรุ่นย่อย แม้ว่าวัสดุเบาะนั่งมาตรฐานจะเป็นหนังชนิดใหม่ที่ BMW เรียกว่า Vernasca ในขณะที่ตัวเบาะเป็นแบบสปอร์ต ปรับด้วยไฟฟ้า และมาพร้อมฟังก์ชันอุ่นเบาะรองนั่งจะมีเหมือนกันในทุกรุ่น โดยรุ่น xLine จะได้ภายในที่ดูหรูหราและอเนกประสงค์ วัสดุตกแต่งแผงหน้าปัดเป็นลายไม้ ส่วนรุ่น M Sport จะเน้นไปด้านการขับขี่มากขึ้น วัสดุตกแต่งแผงหน้าปัดเป็นลายโลหะมันวาว พร้อมกับพวงมาลัย เบาะนั่ง สคัฟเพลท แป้นเหยียบ และพรมปูพื้น M Sport

ไฮไลท์สำคัญอีกจุดคือการนำ BMW Digital Key มาใช้ใน BMW X5 ใหม่ เป็นครั้งแรก โดยคนขับจะสามารถปลดล็อครถด้วยการยกโทรศัพท์มือถือที่ได้มีการลงทะเบียนแอพลิเคชัน BMW Connected ขึ้นมาใกล้ๆ กับมือจับประตู (สื่อสารผ่านเทคโนโลยี NFC) และเมื่อเข้ามาอยู่ในรถแล้ว การสตาร์ทรถก็เพียงแค่ต้องวางสมาร์ทโฟนเครื่องเดิมลงไปนแท่น Wireless Charging เท่านั้น พูดง่ายๆ ว่าสมาร์ทโฟนได้กลายเป็นกุญแจสู่ BMW X5 ไปแล้ว และมันทำอะไรได้หลายอย่างกว่ากุญแจเดิมๆ อีกต่างหาก

Off-Road Package!

คุณสามารถเลือกเพิ่ม Off-Road Package ลงไปบน BMW X5 ใหม่ รุ่นไหนก็ได้ยกเว้น BMW X5 M50d เพื่อยกระดับความสามารถในการบุกตะลุยเส้นทางที่ไม่มี “ทาง” ขึ้นไปอีกระดับ (ถ้ายังนึกภาพไม่ออก มันคือแพคเกจส่วนเพิ่มแบบเดียวกับแพคเกจ Pure Excellence ที่อยู่ใน BMW 740Le xDrive) คราวนี้พวกสื่อเมืองนอกที่ชอบจับ BMW SAV xDrive ไปล้อเลียนว่าไต่ขึ้นเนินดุๆ ไม่ได้จะได้เลิกครหากันเสียที

รถที่มาพร้อม Off-Road Package นอกจากภายนอกที่มีการใส่แผ่นกันกระแทกใต้ท้องทั้งหน้าและหลัง ช่วงล่างถุงลมทั้งสี่ล้อ และดิฟเฟอเรนเชียลล็อคด้วยไฟฟ้าทั้งล้อหน้าและหลังแล้ว ภายในจะได้กราฟฟิคบนเรือนไมล์และจอควบคุมหลักบนคอนโซลกลางเฉพาะรุ่น รวมถึงปุ่มเพิ่มขึ้นมาที่ฐานคันเกียร์เพื่อเลือกโหมดการขับขี่เพิ่มอีก 4 โหมด คือ ทราย (Sand), หิน (Rock), กรวด (Gravel) และหิมะ (Snow) โดยระบบจะจัดการปรับความสูงตัวรถ ตั้งค่าระบบ xDrive การตอบสนองของคันเร่ง การทำงานของเกียร์ และ DSC ให้อัตโนมัติ และถ้ารถคันนั้นมีออพชัน BMW Display Key ก็จะสามารถสั่งปรับความสูงรถผ่านทางกุญแจได้ด้วย

ช่วงล่างและระบบช่วยเหลือการขับขี่

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมช่วงล่าง Dynamic Damper Control ที่จะปรับความหนืดของโช้คอัพอัตโนมัติตามสถานการณ์และโหมดการขับขี่ที่เลือกไว้ และถ้าหากเลือกออพชัน Adaptive M suspension Professional เพิ่ม ก็จะได้ระบบ Active roll stabilization กับ Integral Active Steering พ่วงมาด้วย

โดยอย่างแรกจะอาศัยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำงานได้อย่างฉับพลันมาออกแรงต้านการโคลงของตัวถัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะและทำให้รถเร่งออกจากโค้งเร็วขึ้น ผลพลอยได้อีกอย่างนึงคือความนุ่มนวล เนื่องจากมอเตอร์จะทำงานหักล้างแรงสั่นสะเทือนเมื่อล้อข้างใดข้างนึงตกหลุมหรือกระแทกไว้ได้ส่วนนึง ส่วนอย่างหลังระบบจะปรับองศาการเลี้ยวของล้อหลังไปตามความเร็วของรถ เพื่อให้ BMW X5 ใหม่ สามารถเข้าโค้งได้นิ่งขึ้น หรือมีรัศมีการเลี้ยวแคบลงเมื่ออยู่ในเมือง

เครื่องยนต์สี่รุ่น…ประเทศไทยขอให้จับตาดู BMW X5 xDrive30d

ทางเลือกเครื่องยนต์ในตอนเปิดตัวจะมีด้วยกัน 4 รุ่น โดยทางฝั่งเบนซินจะเริ่มจาก BMW X5 xDrive40i หกสูบเรียง 3.0 ลิตร TwinPower Turbo 340 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร และ BMW X5 xDrive50i ซึ่งเป็นเครื่อง V8 ดีไซน์ใหม่ ความจุ 4.4 ลิตร 462 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร

ฝั่งดีเซลประเดิมกันด้วย BMW X5 xDrive30d (ซึ่ง Bimmer-th คิดว่าน่าจะมาเมืองไทยมากที่สุดแล้วจากทั้งหมด 4 เครื่องยนต์) หกสูบเรียง 3.0 ลิตร TwinPower Turbo 265 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที และบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14-17 กม./ลิตร (นี่ SAV คันเท่าบ้านนะ…)

และปิดท้ายด้วยของแรงอย่าง BMW X5 M50d หกสูบเรียง 3.0 ลิตร M Performance TwinPower Turbo Technology ที่ใช้เทอร์โบรวมกันถึง 4 ลูก โดยสองลูกแรกจะทำงานในช่วงแรงดันบูสต์ต่ำ และสองลูกหลังทำงานในช่วงแรงดันบูสต์สูง รวมแล้วได้พละกำลังออกมา 400 แรงม้า และที่สำคัญ…แรงบิด 760 นิวตันเมตร (!!) ทั้งเบนซินและดีเซลทุกรุ่นจะประกบกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ

เห็นอย่างนี้แล้ว เราแนะนำว่าพ่อบ้านใจกล้าทั้งหลายควรเตรียมหาที่ซ่อนทุนทรัพย์กันเอาไว้ให้ดี เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงไฮไลท์สำคัญและอุปกรณ์มาตรฐานที่อยู่ใน BMW X5 ใหม่เท่านั้น ลิสต์รายการออพชันเสริมนั้นมีอัดแน่นยาวเหยียดชนิดที่ไม่สามารถนำมาใส่ไว้ในบทความนี้ไว้ได้หมด เช่น หลังคา Sky Lounge ที่ทำกราฟฟิคได้ 15,000 รูปแบบ, ชุดเครื่องเสียง Bowers & Wilkins Diamond Surround System, ช่องวางแก้วอุ่นร้อนและแช่เย็นเครื่องดื่ม ฯลฯ เพื่อที่ถึงเวลา BMW X5 รุ่นใหม่มาเปิดตัวในเมืองไทยเมื่อไหร่ จะได้รีบคว้ามาพาขับภรรยาและลูกๆ ไปเที่ยวได้ทันกาล!

 

The following two tabs change content below.
Thanapol Ratanaboon
มนุษย์เงินเดือนผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์สมรรถนะยอดเยี่ยม นักแข่งรถสมัครเล่นที่มักจะพบเห็นวิ่งดมฝุ่นอยู่ท้ายสนาม นักแปลบทความอิสระนิตยสาร BMW Car Magazine และ GT Porsche และหนึ่งในทีมงาน Bimmer-th.com

Comments

comments