รีวิว BMW 430i Convertible Luxury เปิดหลังคาขับความงาม ที่ยากจะละสายตา

เริ่มต้นจากความแตกต่างการเดินทางที่ไม่พร้อมกัน.. เราคงวิ่งไล่ตามกันอยู่บนโลกที่วุ่นวาย
จู่ๆ ผมก็เกิดนึกถึงเพลงของศิลปินที่มีชื่อวงที่แปลกแหวกแนวอย่าง วงปลานิลเต็มบ้าน ขณะที่ผมกำลังคิดว่าจะเขียนรีวิวรถคันสีส้มที่คุณผู้อ่านเห็นอยู่ในขณะนี้อย่างไรดี? คงอาจเป็นเพราะสายวันนั้น หลังจากที่ผมรับรถทดสอบคันนี้เสร็จ ผมค่อยๆ วกออกจากตึก CRC Tower พร้อมความรู้สึกที่แตกต่างจากรถทดสอบคันอื่นๆ ทั่วไปก็เป็นได้

ใช่ครับรถที่ผมค่อยๆ เปิดประตูลงไปนั่งขับในสายวันนั้นนอกจากสีรถที่โดดเด่นต่างจากรถทั่วไปบนท้องถนนแล้ว เมื่อคุณเปิดหลังคายังเป็นจุดเด่นชวนสะกดให้ผู้คนหันมามองไม่ใช่น้อย

BMW ที่ผมนำมารีวิวในครั้งนี้ คือ BMW 430i Convertible รุ่นปรับโฉมใหม่ LCI ที่ถูกตกแต่งแบบ Luxury Line และยังมีสีภายนอกที่โดดเด่นโทนใหม่อย่าง สีส้ม Sunset Orange อันเป็นสีใหม่ที่มีใน BMW 4 Series LCI เป็นครั้งแรกอีกด้วย

นอกจากสีส้ม Sunset Orange แล้ว ยังมีสีฟ้า Snapper Rocks Blue ที่เป็นสีใหม่อีกด้วย

BMW นั้นเปิดตัวเหล่าตระกูล 4 Series มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2013 ปัจจุบัน 4 Series ได้ถูกผลิตและจำหน่ายออกไปทั่วโลกมากเกือบ 400,000 คัน  (ข้อมูลจาก BMW Press Club)
โดย 4 Series นั้นถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก 3 Series F30 หากจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย 4 Series ก็คือ 3 Series ที่เป็นรุ่นตัวถัง Coupe แต่มีชื่อเรียกใหม่ โดยความตั้งใจของ BMW คือต้องการยกระดับ 4 Series ให้สูงขึ้น จึงเปลี่ยนชื่อให้ผู้คนสามารถจดจำได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดทัพ 4 Series โฉมปัจจุบันที่ประกอบไปด้วย 4 Series Coupe, 4 Series Convertible และท้ายสุด รุ่นที่ผู้เขียนแทบจะไม่สามารถละสายตาได้เลยเวลาได้พบเจอ คือ 4 Series Gran Coupe ที่ BMW Thailand ได้นำเข้ามาขายอยู่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะยุติการขายไปเหลือไว้แต่บรรดา 4 Series Coupe กับ Convertible แทน

ซึ่งคุณอู๋ Spin9 ของเรานั้นได้เคยไปทดลองขับในสนามพีระเซอร์กิตมาแล้ว
ทดลองขับ ความเท่ที่แท้จริง BMW 4 Series ใหม่ ทั้งรุ่นคูเป้ และ เปิดประทุน

ภายนอกของ BMW 430i Convertible นั้น สำหรับเมืองไทยสามารถเลือกการตกแต่งได้ 2 แบบโดยมีให้เลือกทั้งแบบ Luxury Line และ M Sport Line ในทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับชุดไฟหน้าแบบ Adaptive LED Headlight ที่ทำงานควบคู่กับระบบ Auto Hight Beam เมื่อกดปุ่มสวิตช์ตรงก้านไฟเลี้ยว ไฟ Day Time Running Light ทรงเหลี่ยมตามแบบฉบับ BMW ยุคใหม่ ฃและท้ายสุดชุดไฟตัดหมอก LED

ส่วนของกันชนหน้าและกระจังหน้าไตคู่นั้น ในรุ่น Luxury จะถูกเสริมหล่อด้วยชุดโครเมี่ยมที่ตัดและเข้ากันกับรถได้เป็นอย่างดี

ล้ออัลลอย Multi-Spoke ลาย 708 ที่ติดมากับรถนั้นมีลวดลายที่เด่นไม่แพ้สีของรถ ช่วยเสริมความหล่อให้กับตัวรถมิใช่น้อย ขนาด 19 นิ้ว รัดมาด้วยยาง Pirelli P zero ขยับมาทางด้านขวามือเล็กน้อยจะพบกับช่อง Air Breather ที่ช่วยจัดการให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้นแถมยังเพิ่มความเท่ห์ให้กับตัวรถ พร้อมโลโก้ที่บ่งบอกถึงการตกแต่งแบบ Luxury

ล้อหน้ากว้าง 8 นิ้ว ขนาดยาง 225/40 ล้อหลังกว้าง 8.5 นิ้ว ขนาดยาง 255/35

ตัวรถทั้งคันนั้นมีขนาดมิติที่ กว้าง ยาว เตี้ยและแบนดูปราดเปรียวกว่า BMW 3 Series F30 อย่างเห็นได้ชัด จุดที่ผมเห็นจะหลงรักที่สุดคงจะอยู่ที่เส้นสายด้านข้างของตัวรถที่ถูกลากยาวตั้งแต่หน้ารถจรดไฟท้ายแบบไม่มีอะไรมาขัดขวางสายตา ยิ่งพอเปิดหลังคาออกแล้วแทบจะทำให้ผู้พบเห็นไม่สามารถล่ะสายตาได้เลย

นอกจากเส้นสายด้านข้างของตัวรถที่ถูกลากยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายแล้ว ไฟท้ายด้านหลังยังเป็นแบบ LED เส้นยาวตามแบบฉบับ BMW ยุคใหม่ที่เพิ่มความโดดเด่นและเสริมความหล่อให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี

เปิดหลังคา Convertible ขึ้น แล้วมาชมภายในกันบ้างดีกว่า !

กลไกหลังคาใน BMW 430i Convertible นั้นเป็นหลังคาแบบแข็ง Hardtop ที่สามารถเปิดปิดได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถเปิดและปิดได้แม้ในขณะที่รถวิ่งอยู่ แต่ต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควบคุมผ่านสวิตช์ที่อยู่ด้านล่างปุ่มควบคุม iDrive โดยขณะเปิดปิดหลังคาผู้ขับต้องยกหรือกดสวิตช์ค้างไว้จนกว่าจะได้ยินเสียงดังติ๊งๆ เป็นอันว่าการเปิดปิดหลังคานั้นเสร็จสมบูรณ์

ตัวชุดหลังคานั้นเมื่อเปิดขึ้น ตัวหลังคาจะถูกกลไกไฟฟ้าเก็บลงในช่องเก็บของท้ายรถอัตโนมัติ ทำให้พื้นที่เก็บของท้ายรถต้องโดนแย่งพื้นที่ไปบ้าง แต่ถึงแม้จะโดนเจียดพื้นที่ไปก็ยังมีขนาดความจุท้ายรถมากสูงสุดถึง 370 ลิตร

เหนือกว่านั้นเจ้า BMW 430i Convertible คันนี้ยังมีระบบ Easy Load ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเวลาเก็บสัมภาระท้ายรถ โดยสามารถกดปุ่มขึ้นลงเพื่อยกตัวหลังคาสูงขึ้นเล็กน้อย

ส่วนของภายในนั้นเบาะคู่หน้าเป็นแบบ Sport สามารถปรับซัพพอร์ตส่วนรองน่อง เข้า-ออก ได้ พร้อม Memory เบาะแบบ 2 ตำแหน่ง หุ้มด้วยหนัง Dakota ที่มีโทนสีเบาะที่ตัดกับภายนอกได้อย่างสวยงาม ดุจดาดฟ้าของเรือยอชชั้นดี สีของเบาะมีชื่อเรียกในภาษาเยอรมันว่า Elfenbeinweiss (ออกเสียงตามปากน้องณิชานะครับ เอ-เฟน-ไบน์-ไวน์…..) หรือกล่าวเป็นภาษาไทยง่ายๆว่าสีขาวงาช้าง

บานประตูคู่หน้านั้นมีขนาดที่ค่อนข้างยาวตามแบบฉบับรถคูเป้ 2 ประตู อาจต้องใช้แรงในการลุกเข้าออกเล็กน้อยจากความสูงของตัวรถ แต่ก็ไม่ได้ลำบากจนอยากลดน้ำหนักตัวเองเวลาเข้าออกรถเหมือนกับ BMW i8

การเข้าออกจากที่นั่งเบาะหลังนั้นสามารถปรับพับเบาะหน้าลงได้ โดยสามารถกดที่สวิตช์ด้านข้างตัวเบาะหน้าเพื่อขยับเพิ่มพื้นที่ให้คนนั่งหลังเข้าออกได้ง่ายขึ้น ตำแหน่งการนั่งเบาะหลังนั้นถึงแม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อรถแบบนี้จะไม่ได้ห่วงในเรื่องนี้มากนัก แต่หากวันไหนที่ต้องมีเพื่อนติดรถไปก็สามารถใช้งานได้จริง โดยตัวพนักพิงเบาะอาจจะมีตำแหน่งที่ตั้งชันไปซักหน่อย แต่ก็สบายเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้นๆ 1-2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องตบตีแย่งที่นั่งด้านหน้ากัน

ช่องเก็บของลับถูกซ่อนอยู่หลังพนักพิงเบาะหลังสามารถดึงเปิดลงมาได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อย นอกเหนือจากนั้นตำแหน่งนั่งด้านหลังยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังอีกด้วย

แผงคอนโซลด้านในของรถนั้นถูกตกแต่งด้วยไม้ลาย ‘Fineline’ light ตัดด้วยแถบโครเมี่ยม ที่เมื่อพอรวมกันกับตัวเบาะสีงาช้างของรถแล้วดูหรูหราสบายตาไปหมดเสียจริง

พวงมาลัยแบบสามก้านขนาดกำลังกระชับมือ พร้อมป้ายโลโก้ BMW Individual ไว้ที่ด้านล่างเพื่อบ่งบอกถึงการตกแต่งภายในแบบพิเศษ ส่วนของหนังที่หุ้มพวงมาลัยนั้นเป็นหนังที่มีผิวนุ่มชวนให้น่าสัมผัสอยู่ตลอดเวลา ไม่แพ้พวง M ของรุ่น M Sport บนพวงมาลัยด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของปุ่ม Cruise Control กับ LIM ส่วนของด้านขวาบนพวงมาลัยนั้น คือที่อยู่ของปุ่มควบคุมเครื่องเสียงต่างๆ

ชุดคันเกียร์ไฟฟ้าเอกลักษณ์ของ BMW ที่มีหน้าตาเหมือน Joy Stick อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้ง่ายจับสะดวกและยังอยู่ในที่ๆ ควรจะอยู่ ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ Driving Experience Control ระบบเซ็นเซอร์ PDC และปุ่มเปิดปิด DTC จะอยู่เยื้องมาทางด้านขวามือจากคันเกียร์ ส่วนปุ่มควบคุมชุด iDrive นั้นจะเยื้องมาทางด้านซ้ายมือเล็กน้อย ทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมคุมได้อย่างง่ายดาย

ระบบแอร์ Auto แบบแยกอิสระสองฝั่ง แน่นอนครับพี่น้องร่วมท้องเดียวกับ 3 Series F30 ระบบแอร์ไม่มีปุ่มที่จะทำให้ Sync อุณหภูมิเท่ากันทั้งสองฝั่ง ต้องอาศัยการปรับอุณหภูมิให้เท่ากันด้วยมือตัวเองครับ ชุดจอกลางขนาด 8.8 นิ้ว ซอฟต์แวร์แบบใหม่ ที่มีการวางตำแหน่งเมนู เหมือนกันกับ 5 Series และ 7 Series ไม่มีผิด เครื่องเสียงแบบ HiFi พร้อมระบบนำทาง Navigation แบบ Professional ถ้าเป็นรุ่น M Sport จะได้เครื่องเสียงลำโพง Harman Kardon

Engine and Drivetrain

ขุมพลังของ BMW 430i Convertible นั้นเป็นแบบเบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาดความจุ 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo มีรหัสเครื่องยนต์ว่า B48B20B จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic

ให้กำลังสูงสุดถึง 252 แรงม้า ที่ 5200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1450-4800 รอบต่อนาที

DR!VE
สตารท์รถแล้วออกไปขับกันดีกว่าครับ!

สิ่งแรกที่ทำให้ผมฉีกยิ้มได้หลังมาอยู่หลังพวงมาลัย BMW 430i Convertible Luxury สีส้มคันนี้คงอยู่ที่เครื่องยนต์และการตอบสนองของคันเกียร์ แน่นอนครับรหัสเครื่องยนต์ 30i ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่แรงดุร้ายที่สุดของ BMW แต่มันเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวัง ไม่ว่าจะอยู่ใน 3 Series หรือ 5 Series ก็ตาม การตอบสนองของเครื่องยนต์เกียร์และคันเร่ง เมื่อคุณกำลังขับอยู่ในย่านที่รถติดมันไม่ได้แสดงความห้าวหาญเพื่อจะโชว์เหนือใคร การตอบสนองนั้นเป็นไปธรรมชาติ คล้ายผู้ใหญ่ที่สงบสุขุมรู้ว่าเวลาไหนควรทำตัวอย่างไรและฉลาดตามความคิดของคนขับได้อย่างเท่าทัน

เสน่ห์ของเครื่องยนต์เบนซินบล็อกนี้ อยู่ที่ความหวานของเสียงเครื่องยนต์
และเข็มวัดรอบที่ตะวัดเข้า Redline อย่างรวดเร็ว!

เมื่อใดที่คุณต้องการปลดปล่อย 252 แรงม้าออกมาจากเครื่องยนต์บล็อกนี้แล้วล่ะก็ คันเร่งและเกียร์จะรู้เท่าทันความคิดคุณได้แบบไม่น่าเชื่อ ทั้งสองจะช่วยกันเพื่อให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วงที่เหมาะสมและรีดพละกำลังออกมาได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพโดยไม่จำเป็นต้องเล่นเกียร์ +- ช่วยเลย หลังจากนั้นรอบเครื่องยนต์จะกวาดหวานๆเข้าสู่ Red line พร้อมเสียงคำรามและแรง G จากการทะยานของรถที่ดึงหลังคุณให้ติดเบาะแบบสุภาพชวนให้คุณฟินกำลังดี

ตัวเลข 0-100 นั้นเราได้ลองจับเวลากันเล่นๆ อยู่ที่ 7.8 วินาทีหากอยู่ในโหมด Sport และตบเกียร์ไปทาง D/S ส่วน 8 วินาที คือโหมดการขับขี่ธรรมดา (BMW เคลมไว้ที่ 6.3 วินาที) ตัวเลข Top Speed ทาง BMW เคลมไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากการทดลองขับของเราเชื่อว่าน่าจะไปถึงได้จริงหากถนนและกระแสลมอำนวย รวมถึงใจคนขับ เพราะการตอบสนองของช่วงล่าง BMW 430i Convertible Luxury นั้นไม่ได้เฉียบคมอย่างที่พวกเราคาดหวังไว้ อาจเพราะรุ่นรถที่เรานำมาทดสอบครั้งนี้เป็นรุ่น Luxury Line ซึ่งมีช่วงล่างที่เซ็ตมาในแนวนุ่มสบายมากกว่าการเอาไปขับขี่แบบจริงจังเหมือนรุ่น M Sport บวกกับน้ำหนักของชุดกลไกตัวหลังคา Hardtop ซึ่งส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่ารุ่น Coupe อยู่ราว 200 กิโลกรัม และยังต้องแบกน้ำหนักไว้บนหลังคารถ ทำให้การตอบสนองของตัวถังรถไม่ได้เฟิร์มแน่นเหมือนรุ่น Coupe การจะเล่นโค้งหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน ควรต้องมีการเพื่อหรือถ่ายน้ำหนักของตัวรถดีๆ

ช่วงล่างที่นุ่มพอเจอกับน้ำหนักของรถที่หนักและพื้นทางด่วนเมืองไทยที่ไม่ค่อยเรียบอยู่แล้ว ช่วงล่างของรถจะเริ่มเกิดความไม่สามัคคีกัน จนทำให้คนขับขาดความมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูงหลังความเร็ว 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งผิดวิสัย BMW ไปบ้างแต่เข้าใจได้ว่าเป็นราคาที่ต้องจ่าย เพื่อแลกมากับความหล่อเวลาเปิดหลังคารับลมริมทะเล อาการดั่งกล่าวจะไม่แสดงออกมาให้เห็นชัดมากนักหากขับขี่ตามความเร็วกฎหมายกำหนด เอาเข้าจริงตัวช่างล่างของรถมันดีใช้ได้ครับ แต่จุดอ่อนคือน้ำหนักของตัวรถที่หนักเกินความสามารถของช่วงล่างไป

พวงมาลัยของ BMW 430i Convertible Luxury นั้นไม่ได้มีระยะที่ไวเท่ากับ 3 Series F30 ซึ่งส่งผลให้การมุดในเมืองอาจไม่คล่องตัวและไวเท่า 3 Series F30 แต่น้ำหนักของพวงมาลัยนั้นมีน้ำหนักที่กำลังเหมาะสมสำหรับการขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล จะมีน้ำหนักมากขึ้นอีกนิดหากปรับเข้าสู่โหมด Sport ซึ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับคนขับเมื่อใช้ความเร็วสูงได้มากขึ้น

บทส่งท้าย

บางครั้งความหล่อก็ทำให้เรายอมมองข้ามข้อเสียด้านอื่นไปได้บ้าง เพราะถึงอย่างไร DNA กลิ่นอายของความเป็น BMW ก็ยังอยู่อย่างชัดเจนไม่จางหายไปไหนเมื่อมองข้ามเรื่องช่วงล่างกับน้ำหนักตัวของ 430i Convertible Luxury คันนี้ไป มันยังคงเป็นรถที่สามารถสร้างรอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ให้กับผู้ขับเวลากดคันเร่งได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาที่คุณเปิดหลังคาออกแล้วฟังเสียงเครื่องยนต์เจ้านี่คำรามแบบชัดๆ มันคือความสุขที่ลืมไม่ลงเสียจริง

สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบการขับรถเป็นชีวิตจิตใจและอยากที่จะเปิดหลังคาออกเพื่อพบอิสระ การขยับขึ้นไปเล่นรุ่น 430i Convertible M Sport เพื่อให้ได้ช่วงล่างที่ดีขึ้นดูเหมือนจะเป็นเหตุผลที่ดีมิใช่น้อย หรือสำหรับคนที่อยากได้รถที่ตอบสนองได้อย่าง เฉียบคม แม่นยำ เฟิร์ม โดยที่ความสุขของคุณไม่จำเป็นต้องเปิดหลังคาเพื่อโชว์ใคร 430i Coupe คงเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์คุณมากกว่า ทั้งเส้นสายของตัวรถที่หล่อไม่แพ้รุ่น Convertible กลับกันหากคุณต้องการรถซักคันที่ขับไปไหนแบบชิวๆ มีหน้าตาที่ผู้ใหญ่ขับได้เด็กขับก็ดูดีและมีหลังคาที่เปิดได้เมื่ออากาศบ้านเราอำนวย 430i Convertible Luxury คันสีส้มนี้คงจะเป็นคำตอบที่ใช้สำหรับคุณ

ข้อมูลและรูปภาพเพิ่มเติมของ 4 Series

พร้อมขายแล้ว BMW 430i LCI ใหม่ คูเป้ 252 แรงม้า! มาพร้อมรุ่นเปิดหลังคา
[Gallery+Spec] ส่องรถ BMW 430i Convertible Luxury (F33) : 3,959,000 บาท

ราคา BMW 4 Series LCI ทั้ง 4 รุ่นย่อย รวมแพคเกจ BSI Standard ข้อมูล ณ วันที่ 25/03/2018

BMW 430i Coupe Luxury (CBU)                 ราคา 3,459,000 บาท
BMW 430i Coupe M Sport (CBU)                ราคา 3,759,000 บาท
BMW 430i Convertible Luxury (CBU)    ราคา 3,959,000 บาท (รุ่นที่นำมารีวิว)
BMW 430i Convertible M Sport (CBU)         ราคา 4,259,000 บาท

ขอขอบคุณ 

BMW Thailand
ที่เอื้อเฟื้อรถในการทดสอบ

บทความโดย
ธิติพัทธ์ หิรัญบวรทิพย์


สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาถ้อยคำรูปภาพในบทความโดยผู้เขียนและเว็บไซต์ BIMMER-TH.com
กรุณาขออนุญาตก่อนนำไปใช้

Comments

comments