BMW มีอะไร? ในงาน Motor Expo 2017

เรากลับมากันอีกครั้ง กับงานมหกรรมโชว์รถประจำช่วงปลายปี Motor Expo 2017 ซึ่งจัดโดยทีมสื่อสากล โดยในปีนี้ รอบสำหรับบุคคลทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 11 ธันวาคม 2560 โดยวันธรรมดาจะเริ่มเปิดงานเวลา 12.00 น. และวันหยุดกับวันนักขัตฤกษ์ จะเริ่มเร็วขึ้นเป็น 11.00 น. และเลิกในเวลา 22.00 น. ของทุกวัน ในปีนี้บอกได้ว่าบูธของ BMW นั้น ไม่ธรรมดา และควรแวะมาชมเป็นอย่างยิ่ง

งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ยานยนต์ยุคใหม่ ฝันไกลที่กลายเป็นจริงซึ่งสื่อถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน อันจะเห็นได้จากการที่รถหนึ่งคันต้องสามารถทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้น เมื่อ 30 ปีที่แล้ว รถอาจมีไว้ขับ มีเพลงให้ฟัง มีแอร์เป่าให้เย็น แต่รถยนต์ของทุกวันนี้สามารถทำได้มากกว่า เช่น มีระบบนำทาง มีการเพิ่มอุปกรณ์เอาอกเอาใจเจ้าของรถมากกว่าแต่ก่อน มีช่วงล่างที่สามารถแปรผันความหนืดได้ในเสี้ยวของเสี้ยวของวินาที รถบางคันมีแม้กระทั่งเบาะที่สามารถนวดเพิ่มความผ่อนคลายให้เจ้าของได้

BMW ก็เป็นค่ายหนึ่งที่มีความล้ำหน้าในนวัตกรรมยานยนต์อยู่ตลอด ไม่ว่าโลกจะหมุนเร็วเท่าใด พวกเขาจะมีหนทางที่จะแซงขึ้นหน้ามันได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในด้านวิศวกรรม ความหรูหรา ของเล่นไอที แต่สิ่งที่ดีที่สุดของ BMW ก็จะยังคงเป็นรสชาติที่คุณได้รับจากการขับที่ไม่เหมือนใครเสมอ

ในปีนี้ ทาง BMW ได้ส่งรถเข้าร่วมงานหลายสิบคัน โดยมีไฮไลท์เด่น 9-10 รุ่นดังนี้

Ads

BMW X3 xDrive20d xLine
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 3,699,000 บาท

ตำนานสานต่อของรถ SAV (SUV-Crossover) พิกัดกลางของค่าย BMW ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ มีเอกลักษณ์เด่นที่ไฟตัดหมอกเป็นทรงหกเหลี่ยม นับเป็นรถตระกูล X รุ่นแรกที่ได้ใช้ดีไซน์ในลักษณะนี้ ขนาดตัวถังโตขึ้นเกือบทุกมิติ แต่เตี้ยลงกว่าเดิม และเบาลงกว่ารถรุ่นเดิมประมาณ 50-55 กิโลกรัมด้วยเทคนิคโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ที่น้ำหนักเบาแต่ให้ความแข็งแกร่งและความปลอดภัยมากขึ้น

รุ่นที่ทาง BMW นำเข้ามาจำหน่าย เป็นรุ่น xDrive20d ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล B47 TwinPower Turbo 2.0 ลิตร 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มีการตกแต่งแบบ xLine ซึ่งเน้นความหรูหราแบบผู้ใหญ่ด้วยล้ออัลลอยลาย Y-spoke ขนาด 19 นิ้ว เสริมบริเวณจุดต่างๆของตัวถังด้วยซาตินโครม ภายในอุดมด้วยอุปกรณ์ อาทิเช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ชุดไฟเพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสาร 6 สี ม่านบังแดดด้านข้างผู้โดยสารตอนหลังแบบอัตโนมัติ ฟังก์ชั่นมาตรฐานในส่วนเก็บสัมภาระด้วยพนักพิงเบาะหลังแบ่งพับแบบ 40:20:40 และหลังคากระจกแบบพาโนรามาที่เสริมให้ภายในตัวรถโปร่งสบายยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้ว X3 สเป็คไทยนี้ยังได้จอ iDrive ขนาด 10.25 นิ้วพร้อมระบบสั่งการด้วยการขยับมือ Gesture Control มีกุญแจ BMW Display Key ที่สามารถล็อคและปลดล็อคด้วยสัญญาณวิทยุทางไกล และยังแสดงสถานะและข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานอื่น ๆ ของรถ ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก็เหมือนกับอุปกรณ์ที่มีในซีรีส์ 5 และ ซีรีส์ 7 ทั้งสิ้น

BMW 630d GT M Sport
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 4,739,000 บาท

บางคนเห็นแล้วอาจจะงง ว่าซีรีส์ 6 นี่จริงๆแล้วมันคือรถคูเป้ 2 และ 4 ประตูไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงได้มามีรถแฮทช์แบ็คทรงฐานล้อยาวชื่อนี้? คำตอบง่ายๆก็คือ หลังจากที่ BMW เขาปรับแผนการทำตลาดใหม่ เอาซีรีส์ 8 มาจับกลุ่มลูกค้ารถ GT แบบ above premium ส่วนรถที่เคยเป็นซีรีส์ 5 GT (Gran Turismo) เดิม ก็เปลี่ยนชื่อเป็นซีรีส์ 6 แค่นี้ก็เข้าใจกันได้

การนำซีรีส์ 6 เข้ามาขายของ BMW Thailand นั้นเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจพออยู่แล้ว แต่สเป็คที่นำเข้ามายิ่งทำให้ขนลุก เพราะแทนที่จะขายแต่เครื่อง 2.0 ดีเซล หรือ 2.0 เบนซินเสียบปลั๊กตามถนัด คราวนี้กลับนำเข้ามาเป็นรุ่น 630d M Sport ซึ่งถือเป็นสเป็คสูง ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียงบล็อค M57 3.0 ลิตรเทอร์โบ 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุดมากมายถึง 620 นิวตันเมตร เป็นเครื่องรุ่นเดียวกับ 730Ld แต่เอามาอยู่ในรถขนาดเล็กกว่า อัตราเร่งจึงหายห่วง แถมสุ้มเสียงไพเราะต่างจากดีเซลทั่วไปชนิดคนที่เคยขับ 525d 6 สูบ F10 น่าจะรู้

ภายในรถถูกออกแบบเพื่อเน้นความสะดวกสบายในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ พร้อมด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษด้วยการขยายฐานล้อยาวกว่าซีรีส์ 5 ซาลูน พร้อมยกระดับตัวถังและตำแหน่งการขับขี่ มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครด้วยประตูแบบไร้กรอบกระจก (Frameless Door) แถมยังเป็นประตูดูด (Soft Close) อีกซะด้วย

ภายนอก มาแบบท้อปสเป็ค M Sport กับชุดแต่ง M Aerodynamics และล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ขนาด 19 นิ้ว ใหญ่พอดีซุ้ม 630d จึงจัดเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากสำหรับชาว BMW ที่ต้องการรถนั่งสบายน้องๆ ซีรีส์ 7 แต่ไม่อยากได้รถขนาดโตเกินไป อีกทั้งยังได้พลังขับเคลื่อนจากเครื่องดีเซล 6 สูบที่พร้อมสร้างแรงดึงและความพึงพอใจให้เจ้าของทุกครั้งที่คิกดาวน์

BMW M760Li xDrive
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 13,539,000 บาท

แม้ว่า M760Li จะมาทำตลาดในไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2017 แต่ก็ยังมีความไม่ธรรมดา ชาว Bimmer ซู๊ดปากทุกครั้งที่พูดถึง อย่าลืมว่านี่คือรถยักษ์ยาว 5.2 เมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง V12 สูบ 6.6 ลิตรเทอร์โบคู่ ที่มีพลังถึง 610 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุดมากถึง 800 นิวตัน-เมตร และยังสามารถใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ดีดออกตัว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 3.7 วินาที ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ซูเปอร์คาร์กับรถสปอร์ตหลายคันที่ไม่แน่จริงเก็บไปฝันร้ายได้แน่นอน และที่สำคัญคือ ปัจจุบัน M760Li คือรถยนต์นั่งในเครือ BMW ที่มีพลังแรงม้าและแรงบิดสูงที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยจำหน่ายในประเทศไทยมา

รถคันที่นำมาจัดแสดงในงาน โดดเด่นด้วยสีดำด้านแบบ BMW Individual เหมือนรถคันที่จอดโชว์ในงาน Tokyo Motorshow แล้วยังมีชุดแต่ง M Aerodynamics มาพร้อมกับล้ออัลลอย M ลาย Double-spoke ขนาด 20 นิ้ว และสปอยเลอร์ท้ายดีไซน์ M อีกทั้งยังพกพาอุปกรณ์ภายนอกที่โดดเด่นอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ไฟหน้าแบบ LED ไฟสูงเป็นแสงแบบ Laser มีระบบช่วยปิดประตูแบบผ่อนแรงกระแทก หลังคากระจก Sky Lounge เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและด้านหลัง กล้องแสดงภาพรอบตัวรถ ระบบช่วยการนำรถเข้าที่จอด และฟังก์ชั่นจอดรถด้วยกุญแจรีโมทโดยไม่ต้องมีคนอยู่ในรถ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็มีมาให้ตามที่ซีรีส์ 7 รุ่นท้อปสุดควรมี เราคงไม่ต้องพูดถึง Gesture Control หรือ Display Key แต่ยังมีระบบบันเทิงพร้อมจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูงจาก Bowers & Wilkins รวมทั้งการเชื่อมต่อและชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย เป็นรถที่คิดจะนั่งสบาย ก็สบายแบบ First Class แล้วพอจะเร็ว ก็เร็วจนรถสปอร์ตยังคำนับ

BMW M2 LCI
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 5,939,000 บาท

มาแบบแอบๆเงียบๆ ต้องเดินผ่านแล้วสังเกตเห็นไฟหน้าหกเหลี่ยมถึงรู้ว่าเป็นรถรุ่นที่อัปเดตแล้ว เพราะสเป็คหลายอย่างยังคงเดิม ราคาเดิม เครื่องยนต์เดิมแบบ M TwinPower Turbo 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที ทำงานประสานกับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ มีโหมด Launch Control ซ่อนไว้ ซึ่งเจ้าของรถต้องขับรถให้พ้นระยะรันอินก่อนแล้วถึงแจ้งให้ศูนย์ปลดให้ได้ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 4.3 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

M2 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นนักล่าพันธุ์โหดรุ่นเล็กแต่หมัดใหญ่ บุคลิกของรถจึงต้องดูกร้าวทั้งภายนอกและภายใน มีกระจังหน้าในแบบเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 19 นิ้ว M Double Spoke และมีท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทาง ขอบหน้าต่างสีดำเงา มาพร้อม Adaptive LED หรือระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะปรับตามทิศทางหมุนของพวงมาลัย ซันรูฟ

สำหรับคนที่นิยมชมชอบการขับรถในสนามแข่ง สามารถใช้ BMW Apps ที่รองรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่น M Laptimer ที่ช่วยบันทึกและวิเคราะห์การขับขี่ พร้อมทั้งแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้ หรือจะเชื่อมการทำงานกับกล้อง GoPro สำหรับการควบคุมกล้องวิดีโอทั้งภายในและภายนอกตัวรถด้วยก็ยังได้

BMW M4 LCI
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 8,439,000 บาท

ตำนานแห่ง Performance Car ที่ไม่มีวันตายจากมิวนิค M4 คันที่โชว์ในงานมาพร้อมโทนสีดำด้านแบบเดียวกับ M760Li คันที่จอดอยู่ข้างๆ M4 ใช้เครื่องยนต์ BMW M TwinPower Turbo 6 เทอร์โบคู่ มีกำลังสูงสุดถึง 431 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตรที่ 1,850 – 5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัตช์คู่ 7 จังหวะ M-DCT ที่สามารถปรับความไวและความกระชากในการทำงาน เพื่อความสะใจในการขับได้หลายระดับ ตัวถังประกอบโดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา มีการใช้พลาสติกเสริมใยคาร์บอน (CFRP) และอะลูมิเนียมมาเป็นส่วนประกอบของโครงตัวถัง นอกจากนี้ หลังคาของรถยนต์ M4 Coupe ยังสร้างจากวัสดุคาร์บอนเสริมใยทั้งหมด

ภายในของรถยนต์ M4 เน้นความโฉบเฉี่ยวในดีไซน์สปอร์ตดุดัน ด้วยพวงมาลัยและเบาะที่นั่งแบบ
M Sport บุหนังแท้ Merino เสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งอะลูมิเนียมลาย Blade พร้อมแถบโครเมียม
สีดำ มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน มีระบบจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-Up Display ฉายข้อมูลบนกระจกหน้า และที่ขาดไม่ได้คือระบบรองรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น BMW LapTimer เช่นเดียวกับใน M2

BMW 530e
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 530e Luxury 3,639,000 บาท & 530e M Sport 3,939,000 บาท

อีกรุ่นย่อยใหม่สำหรับซาลูนขายดีอย่างซีรีส์ 5 โดยใช้ขุมพลัง Plug-in Hybrid ผสานกันระหว่างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเบนซิน TwinPower Turbo 184 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ได้พลังขับเคลื่อนรวมทั้งสิ้น 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นขุมพลังที่ได้ทั้งความแรง ความประหยัด และด้วยภาษีสรรพสามิตที่เอื้ออำนวย ก็ทำให้ราคาถูกลงกว่า 530i ราว 400,000 บาทโดยที่ตัวเลขความแรงไม่ได้แพ้กันเลย

530e มี Trim การตกแต่งให้เลือกตามรสนิยมของคุณ สำหรับคนมาดเข้ม อาจเต็มใจไปกับรุ่น M Sport ที่ดูปราดเปรียวด้วยล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วลาย Double-Spoke มีระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-Up Display) หลังคากระจกเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า ขอบหน้าต่างภายนอกตกแต่งแบบ BMW Individual high-gloss พร้อมชุดตกแต่งภายนอก M Aerodynamics ส่วนถ้าใครชอบความหรูหราแบบฉบับดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยกับบรรยากาศ BMW E39-E60 จะชอบ 530e Luxury ซึ่งมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย W-Spoke ชุดตกแต่งภายนอกแบบ chrome line ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยไม้ในแบบ Fineline Ridge พร้อมแถบโครเมียม ดูสง่า และดูได้นานโดยไม่น่าเบื่อ

นอกจากนี้ ความสามารถพิเศษของ 530e คือการมีระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistance) ซึ่งทำให้การจอดรถด้วยระบบอัตโนมัติง่ายดายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถแบบแนวขนานหรือเข้าซอง พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษเพิ่มเติม โดยในรุ่นนี้ ระบบสามารถจอดรถได้ในพื้นที่จอดที่มีความยาวกว่าตัวรถเพียง 80 เซนติเมตร ช่วยให้การเข้าจอดในพื้นที่จำกัดสามารถทำได้ดียิ่งขึ้น ระบบอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ (ultrasonic sensors) สามารถช่วยค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสมได้ในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 35 กม./ชั่วโมง โดยเมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเกียร์ หมุนพวงมาลัย ตลอดจนผ่อนคันเร่งหรือเบรกโดยอัตโนมัติ และในกรณีที่พื้นที่จอดรถทำมุมกับถนน ระบบจะต้องการพื้นที่ว่างด้านข้างตัวรถเพียงข้างละ 40 เซนติเมตรเท่านั้นในการทำงานแบบอัตโนมัติ

BMW 330e Iconic
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 2,259,000 บาท

ทางเลือกใหม่ที่เกิดขึ้นเพราะความสำเร็จจากการขาย 320d Iconic ซึ่งเป็นรถหรูราคาเบา ได้สมรรถนะเต็มๆแบบซีรีส์ 3 ในราคาที่ใกล้เคียงรถ D-Segment ของญี่ปุ่น มาคราวนี้ BMW เล่นมุกเดิมอีกด้วยการให้กำเนิด 330e Iconic ซึ่งเป็นรถไฮบริดแบบเสียบปลั๊กชาร์จที่ราคาถูกที่สุดในตลาดพรีเมียมขณะนี้

ขุมพลังขับเคลื่อนของ 330e Iconic เหมือนกับรุ่น Luxury และ M Sport โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ TwinPower Turbo ซึ่งลำพังตัวเครื่องยนต์สันดาปภายใน สามารถสร้างพลังได้ 184 แรงม้า และมีแรงบิด 290 นิวตันเมตร โปะด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพลัง 89 แรงม้า มีแรงบิด 250 นิวตันเมตร ซึ่งนี่ก็คือส่วนที่ใช้ขับเคลื่อน 330e ในโหมดไฟฟ้าล้วน ยามที่ต้องการความเงียบ เช่นการย่องเข้าบ้านในยามค่ำคืน และสามารถแปรเปลี่ยนเป็น e-Boost เพื่อเพิ่มพลังในการเร่งแซงที่ฉับไว้ โดยเมื่อทั้ง 2 ระบบทำงานร่วมกัน จะได้แรงม้ารวม 252 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดใน330e สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ในสภาวะปกติ สามารถวิ่งโดยไม่ติดเครื่องยนต์เลยเป็นระยะ 40 กิโลเมตร แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ i Wallbox Pure กำลังไฟ 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์ / 230 โวลท์) สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที

เอกลักษณ์เฉพาะของ 330e Iconic ก็คือล้ออัลลอย 17 นิ้วล้าย 5 ก้านคู่ กันชนแบบธรรมดา แต่กรอบกระจกหน้าต่างจะเป็นสีดำ ไม่มีโครเมียมแบบ Luxury ภายใน มีเบาะสีแดงและภายในแซมวัสดุสีเงินแบบรุ่น M Sport แต่ได้พวงมาลัยแบบธรรมดา 3 ก้านแบบรุ่น Luxury ไม่มี Paddleshift และจอกลางของ iDrive จะมีขนาด 6.5 นิ้ว เล็กลงกว่ารุ่นอื่นและได้ iDrive แบบปุ่มธรรมดา

BMW 320d GT M Sport
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 2,999,000 บาท

เป็นรุ่นย่อยใหม่ที่เสริมทางเลือก จากเดิมมีแค่รุ่น Luxury กับ Sport ขายในราคา 2,959,000 บาทเท่ากัน มาคราวนี้ก็เพิ่มรุ่น M Sport เข้าไป จ่ายเงินเพิ่มอีก 40,000 บาท แล้วคุณจะได้ ล้ออัลลอยขยับจากขนาด 18 เป็น 19 นิ้วลาย Double Spoke, เพิ่มชุดแต่ง M Aero Dynamics, มีระบบเปิด/ปิดฝาท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ (ใช้เท้าแตะใต้กันชนเหมือนของ X1) และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น M Sport พร้อม Paddleshift

ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่า เพราะลำพังถ้าไปสั่งล้อ 19 นิ้วกับชุดกันชนใส่เอง ไม่มีทางอยู่ในงบ 40,000 บาทได้อย่างแน่นอน

BMW i8 Protonic Frozen Yellow Edition
ราคาจำหน่าย รวม BSI Standard 11,839,000 บาท

 i8 เป็นรถที่จำหน่ายมานานแล้ว แต่มีความโดดเด่นทางเทคโนโลยีจากโครงสร้างห้องโดยสารทำจากวัสดุ CFRP (Carbon-Fibre Reinforced Plastic) ใช้ขุุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเบนซิน 3 สูบ (น่าจะเป็นรถสปอร์ตรุ่นเดียวในโลกที่ใช้เครื่อง 3 สูบในยุคนี้) ขนาด 1.5 ลิตร TwinPower Turbo แชร์โครงสร้างกันกับเครื่องยนต์ B38 ใน 118i และ X1 sDrive18i แต่ถูกปรับปรุงไปจนให้สมรรถนะเพิ่มเป็น 231 แรงม้า พร้อมแรงบิด 320 นิวตันเมตร เมื่อนำมาประกบกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีพลัง 131 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ทำให้ได้พลังขับเคลื่อนรวมถึง 362 แรงม้า และเมื่ออยู่ในโหมดไฟฟ้าล้วน i8 สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางถึง 37 กิโลเมตร

ส่วน i8 คันนี้ที่นำมาโชว์ในงาน เป็นรถที่ผลิตในช่วงเวลาจำกัด ตัวถังสีเหลือง Frozen Yellow พร้อมเสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบผิวด้าน ลาย W-spoke ขนาด 20 นิ้ว ส่วนดีไซน์ภายในสวยงามไม่แพ้กันด้วยวัสดุที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงและเซรามิก

นอกเหนือจากรถรุ่นใหม่ รถโชว์ และอัปเดตต่างๆตามที่ได้นำเสนอไปแล้ว ก็ยังมี BMW รุ่นอื่นๆมาโชว์โฉมกันในงานอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น X1, X4, X5, 330e M Sport และอื่นๆอีกมาก

 

สำหรับคนที่ชื่นชอบการแต่งรถเป็นชีวิตจิตใจ อย่าลืมเดินเยื้องไปบูธใกล้ๆ จะมีส่วนที่จัดเป็นบริเวณสินค้า M Performance โดยเฉพาะ มีของแต่งมากมายให้คุณเลือก จะลองขอใบราคามาดูเล่นก็ได้ อย่างใครใช้ซีรีส์ 3 F30 ก็มีล้ออัลลอย Style 598M ขนาด 19 นิ้ว 5 ก้านคู่พร้อมยาง ราคาไม่รวม VAT อยู่ที่ 136,500 บาท และมีล้ออื่นขนาด 20 นิ้วที่ราคาใกล้เคียงกัน ชุดแต่ง M Performance รวมกันชน สเกิร์ต แผ่นดิฟฟิวเซอร์และสปอยเลอร์หลัง 78,230 บาท ช่วงล่าง M Performance ไม่ว่าจะเป็นรถก่อนหรือหลัง LCI ราคาเท่ากันที่ 79,530 บาท ชุดท่อไอเสีย 58,430 บาท ชุดจูนกล่องปรับแต่งแรงม้า 38,150 บาท ฝาครอบกระจกข้างคาร์บอน 22,800 บาท พวงมาลัย Alcantara 60,360 เป็นต้น

ในบริเวณบูธ M Performance ก็มีรถ 320d Iconic กับ 520d Sport ซึ่งเปรียบดังกระดูกสันหลังของชาติสำหรับ BMW แต่พอตกแต่งด้วยพาร์ท M แล้วกลับดูหล่อเหลาขึ้นจนรู้สึกว่า..เอิ่ม..ไม่ต้องซื้อรุ่น M Sport แล้วมั้ง

แต่ถ้าใครพบว่าของแต่งยังแพงไป หรือยังไม่มีรถ BMW เป็นของตัวเอง อย่างน้อยก็แวะดูพวกสินค้าที่ระลึกก็ยังกลับบ้านได้แบบมีอารมณ์ร่วมกับเขาบ้าง ใครชอบสะสมรถโมเดล 1:43 ก็ลองไปดูที่ฝั่ง BMW บางคันจะลดราคาเหลือไม่ถึง 1,600 บาทครับ

ขอให้ชาว bimmer-th ทุกท่าน มีความสุขกับการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะช้อปปิ้งรถ หรือช้อปปิ้งของแต่งอะไรก็ตามแต่ ถ้าใจเรามาทาง BMW ยังไงเราก็เป็น BMW..แค่รอวันเงินไหลมาเท่านั้นแหละครับ

 

 

 

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments