ฉลองครบ 15 ล้านคัน! BMW ประกาศเริ่มผลิตซีรีส์ 3 Edition ทั้งรุ่นซีดานและทัวริง

อีกไม่กี่วันข้างหน้า โรงงานมิวนิคของ BMW ก็จะเริ่มสายพานการผลิต BMW ซีรีส์ 3 Edition ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยความพิเศษของรุ่น Edition นั้น อยู่ที่อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาเฉพาะรุ่น ซึ่ง BMW บอกว่าจะช่วยทำให้การขับซีรีส์ 3 ใหม่ มีความสุนทรียิ่งขึ้นไม่ว่าจะด้วยอรรถรสการขับขี่หรือด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับ BMW ซีรีส์ 3 Edition มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นย่อย คือ  Edition Sport Line Shadow, Edition Luxury Line Purity และ Edition M Sport Shadow ทุกรุ่นมีให้เลือกทั้งตัวถังแบบซีดานและทัวริง และ Bimmer-th ได้รวมรายละเอียดของแต่ละรุ่นเอาไว้ให้คุณผู้อ่านแล้วที่นี่ (Link)

BMW ต้องการให้ซีรีส์ 3 Edition เป็นรถที่เน้นบุคลิกการขับขี่ที่โดดเด่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ซีรีส์ 3 สืบต่อกันมาเป็นเวลาถึง 40 ปี และสามารถทำยอดขายทั่วโลกจนถึงปัจจุบันรวมแล้วถึง 15 ล้านคัน โดยหลังจากที่ BMW ซีรีส์ 3 รุ่นแรกเปิดตัวออกมาแทน BMW 02 ได้เพียง 6 ปี มันก็สามารถทำสถิติรถยนต์รุ่นขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทได้สำเร็จ ส่วนซีรีส์ 3 รุ่นปัจจุบันก็ยังคงประเพณีเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มันสร้างสถิติยอดขายหนึ่งล้านคันได้ในเวลาเพียง 29 เดือน เร็วกว่ารุ่นที่แล้วที่ใช้เวลาไป 66 เดือน

BMW ซีรีส์ 3: รถที่เกิดมาเพื่ออรรถรสการขับขี่ในสไตล์คุณ

BMW บอกว่าซีรีส์ 3 ทุกรุ่นเกิดมาพร้อมกับภารกิจประจำตัว คือการช่วยเพิ่มสีสันของการขับรถในชีวิตประจำวันของพวกคุณแต่ละคน ในคราวที่รุ่นแรกเปิดตัวในปี 1975 มันก็มาพร้อมกับเครื่องยนต์พลังสูงและช่วงล่างที่เซ็ตมาอย่างสปอร์ต ซึ่งผสมผสานความคล่องแคล่วในการขับขี่กับความนุ่มนวลเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว คอกพิทห้องโดยสารที่ใช้แผงคอนโซลกลางเอียงเข้าหาคนขับก็ปรากฏอยู่ในซีรีส์ 3 เป็นรุ่นแรก และมันยังมีอุปกรณ์ระดับเทพ (ในสมัยนั้น) ให้เลือกเป็นออพชันเสริมได้อีกด้วย เช่น เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ, เกียร์อัตโนมัติ 3 จังหวะ, แอร์, เบาะสปอร์ต และวิทยุที่มีให้เลือกถึง 4 แบบ (อย่าลืมนะครับว่านั่นคือ 1975 หรือ 40 ปีที่แล้ว)

Ads

40 ปีที่แล้ว กับซีรีส์ 3 เครื่องหกสูบรุ่นแรก

นันบเป็นเวลา 40 ปี พอดีที่เครื่องยนต์หกสูบแถวเรียงได้มาประจำการใน BMW ซีรีส์ 3 มันเป็นรถยนต์นั่งขนาดคอมแพกต์คันแรกในยุคนั้นที่ได้ใช้เครื่องยนต์หกสูบ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่อยู่ใน BMW 320 มีพละกำลังสูงถึง 90 กิโลวัตต์ หรือ 122 แรงม้า จากนั้นอีกเพียงหนึ่งเดือนก็มีรุ่นแรงกว่าเปิดตัวตามออกมา โดยพละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า ในรหัส 323

และรุ่นที่ถือเป็นสุดยอดในสมัยนั้นก็ 323i พร้อมระบบหัวฉีด กล่องควบคุมเครื่องยนต์อิเลกทรอนิกส์ และคอยล์จุดระเบิดแบบทรานซิสเตอร์ที่กลายมาเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน มันเป็นเครื่องที่เร่งรอบได้สูง เดินราบเรียบ และมีสมรรถนะแบบที่จะหาเจอได้แต่ในรถสปอร์ตในยุคนั้นเท่านั้น มันจึงทำผลงานได้โดดเด่นเกินหน้าคู่แข่งอยู่เป็นเวลานาน

และเพื่อเป็นการแสดงความระลึกถึง BMW ซีรีส์ 3 รุ่นแรก รหัสตัวถัง E21 ในปี 1975 ซีรีส์ 3 Edition จึงมาพร้อมสีส้มอาทิตย์อัสดง (Sunset Orange) ซึ่งเป็นสีเฉดยอดฮิตในยุค 70s โดย BMW ซีรีส์ 3 รุ่นแรกนั้นจะใช้สีส้มที่มีชื่อว่า Inca Orange และเปลี่ยนเป็น Phoenix Orange ในเวลาต่อมา

ที่มา: BMW Press Group

 

The following two tabs change content below.
Thanapol Ratanaboon
มนุษย์เงินเดือนผู้คลั่งไคล้ในรถยนต์สมรรถนะยอดเยี่ยม นักแข่งรถสมัครเล่นที่มักจะพบเห็นวิ่งดมฝุ่นอยู่ท้ายสนาม นักแปลบทความอิสระนิตยสาร BMW Car Magazine และ GT Porsche และหนึ่งในทีมงาน Bimmer-th.com

Comments

comments