Bimmer’s Tuning- เสก 116i เป็น 125.5i กับม้าลงพื้น 219 ตัวด้วยเครื่องเดิม+ท่อชุด+Reflash

แต่ไหนแต่ไรมา เมื่อผมได้มีโอกาสลองขับ 116i โฉม F20  ผมมักจะเรียกมันอย่างเอ็นดูว่า Sad Face จากไฟหน้าที่ทรวดทรงเหมือนตาคนกำลังร้องไห้บ้าง หรือบางทีก็เรียกเป็น “เส้นเล็กน้ำต้ำยำเผ็ดปานกลาง” อย่าเพิ่งงง ว่าผมเอารถไปผูกกับอาหารได้อย่างไร แต่กุญแจสำคัญของสมญานามนี้คือ “เผ็ดปานกลาง” แน่นอนว่า 116i ก็เหมือนรถรุ่นอื่นในเครือ BMW ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ แต่ความที่สร้างแรงม้าได้เพียง 136 ตัว ก็ทำให้ความสนุกบนทางตรงถูกจำกัดเอาไว้ในระดับรถบ้านธรรมดา ถามจริงๆเถอะครับ ถ้าคุณขับ BMW แล้วโดนรถญี่ปุ่นเครื่อง 1.5 ลิตรเทอร์โบแซงบนทางด่วน คุณไม่เศร้าเหรอ? (นั่นก็คือที่มาส่วนหนึ่งของ Sad Face) แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าคุณสามารถปลดล็อคพลังม้าให้เพิ่มจากเดิมอีก 83 ตัวโดยที่ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับตัวเครื่องยนต์เลยล่ะ!?

แม้ว่าในปัจจุบันนี้ BMW จะไม่ได้ทำตลาด 116i บอดี้ F20 แล้ว แต่ในตลาดรถมือสอง 116i ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ความเป็น BMW แบบเข้าถึงแก่นโดยที่ไม่สนเรื่องความหรูหราใหญ่โต หรืออุปกรณ์ที่เกินจำเป็นต่างๆ ลองคิดดูสิครับว่าคุณจะหารถขับหลังปีใหม่ๆสภาพดีจากแบรนด์ชั้นนำของยุโรปได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? Volvo กับ Mercedes-Benz หนีไปคบระบบขับเคลื่อนล้อหน้ากันหมดแล้ว มีแต่ BMW เนี่ยล่ะที่ยังทำ Hatchback ขนาดกะทัดรัดที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังอยู่ แล้วถ้าผมบอกคุณว่าวันนี้คุณสามารถไปจับ 116i ปี 2013 ซึ่ง BSI ยังเหลือมาใช้ในราคา 1.1-1.3 ล้านบาทล่ะครับ น่าสนไหมกับการเข้าถึง BMW ในงบประมาณเท่าๆกับรถญี่ปุ่น C-Segment ตัวท้อป?

บางคนอาจจะบอกไม่สนเพราะ..เรื่องพลังเครื่อง..ก็อย่างที่ว่าไว้ล่ะครับ เพราะลำพังสเป็คเดิมของ 116i ประเทศไทยนั้น ใช้เครื่องยนต์รหัส N13B16 1.6 ลิตร 136 แรงม้าที่ 4,400-6,450 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดก็แค่ 220 นิวตัน-เมตรที่ 1,350-4,300 รอบต่อนาที พลังระดับนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน้อยกว่ารถญี่ปุ่นเทอร์โบ 1.5-1.6 ลิตรทุกเจ้า ต่อให้เรารู้กันว่าเวลาวัดม้าจริง แรงม้าของ BMW ในโบรชัวร์มักจะใกล้เคียงม้าที่วัดได้จากล้อมากกว่ายี่ห้ออื่นก็ตาม พลังที่มีให้ มีไว้เพื่อป้องกันตัวกับมอบความเพลินเวลากดเร่งทิ่มเร่งแซงในตัวเมืองเท่านั้น แต่ถ้าออกทางไกลหรือวิ่งทางด่วนโล่งๆ เรี่ยวแรงมันจะไม่ลื่นเหมือนพวกรุ่นพี่อย่าง 320i หรือ 320d

Ads

แล้วในเมื่อพวกรุ่นพี่ๆ อย่างซีรีส์ 3 ประกอบในประเทศตั้งราคาเริ่มต้นไว้แค่ 2 ล้านต้นๆ ในขณะที่ 116i M Sport ตั้งราคาไว้ 1,999,000 บาท ไอ้การที่จะเอารุ่นที่มีพลังสูงกว่าอย่าง 120i มาขายก็ไม่ Make Sense เพราะราคาของมันก็จะโดดไปเท่ากับรุ่นพี่ ดีไม่ดีจะขายไม่ออก

เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านเจ้าของรถคันนี้เลยปิ๊งไอเดียการโมดิฟายเพิ่มกำลังรถเอง ด้วยการสั่งท่อ Downpipe (ท่อไอเสียท่อนที่ออกจากเทอร์โบ) มาจากเมืองนอก จากนั้นก็เดินท่อท่อนกลางเป็นแบบไส้ตรงขนาด 2.5 นิ้วพร้อมหม้อพักแบบตรงเพื่อเก็บเสียงให้อยู่ในระดับที่ไม่โวยวายมากไป นอกจากนั้นแล้วไม่ได้ทำอะไรในห้องเครื่องเพิ่มเติม ดูจากรูปด้านบนๆก็จะเห็นได้ว่าแม้แต่กรองอากาศก็ยังเป็นชุดเดิมติดรถ เน้นความเรียบร้อย ผ่านด่านกลางคืนพี่ตำรวจเปิดดูแล้วไม่สะดุดใจ

หลังจากทำชุดท่อเสร็จ ก็มีการวัดพลังม้าเก็บไว้ (ตามกราฟเส้นสีม่วง) จะเห็นได้ว่าลำพังแค่มีชุดท่อที่ช่วยระบายไอเสียออกให้ได้ความเร็วในการไหลอย่างเหมาะสม แรงม้าที่ดุมล้อก็อยู่ที่ 151.758 แรงม้า และมีแรงบิดให้ใช้ 26.212 กิโลกรัม-เมตร (ประมาณ 257 นิวตัน-เมตร) ..ถ้าขับจริงเทียบกับของเดิมต้องรู้สึกลื่นและแรงขึ้นแน่นอน แต่ยังไม่สาแก่ใจเจ้าของ เพราะถึงแม้กราฟจะสวยขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่านิสัยเครื่องยนต์นั้นคล้ายเดิม คือมีแรงดึงดีในช่วงรอบปานกลาง แต่พอเกิน 4,500-5,000 รอบไป แรงบิดก็จะเริ่มรถลง ราวกับว่าเครื่องยนต์ถูกจูนมาโดยไม่เน้นรอบสูง

จึงเป็นหน้าที่ของคุณจอร์จ แห่งสำนัก Gettuned ย่านร่มเกล้าในการ Reflash กล่องเพื่อปรับค่าการจ่ายน้ำมันและจุดระเบิดใหม่เพื่อเรียกกำลังออกมาให้ใช้ได้มากกว่าเดิม สำนักนี้บางท่านอาจจะยังไม่คุ้นหู คุณจอร์จอยู่ในวงการมานานนับสิบปี เล่นเครื่องรถญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกันมาแล้วครบ ในภายหลังพอได้สัมผัส BMW หลายๆคันเข้าก็เกิดรัก จึงรับทำ BMW ทั้งวิธีพ่วงกล่องจูนและ Reflash และยังครอบคลุมตั้งแต่เครื่อง M3 E30 ไปจนถึงเครื่อง N-Series เมื่อจูนเสร็จก็จะตั้งชื่อรถกวนๆ เช่นใครเอา 520d มาจูน แกก็จะตั้งชื่อเป็น 526.234d หรืออะไรก็ตามที่ชวนงง และไ่มีใครรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร อย่างเจ้า 116i สีขาวคันนี้ก็โดนตั้งชื่อใหม่เป็น 125.5i เพราะคุณจอร์จบอกว่ารับประกัน “แรงกว่าเอาเครื่อง 120i ตรงรุ่นมาวาง” แล้วกัน

ดูจากกราฟข้างบน พลังที่ได้หลังจูน (เส้นสีฟ้า) ก็น่าจะบ่งบอกว่าจอร์จไม่ได้โม้ แรงม้าสูงสุดขยับจาก 151.758 เป็น 219.9 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที (ทำไมไม่เอาให้ 220 ไปเลยวะจอร์จ) เพิ่มจากเดิม 68 ตัว กราฟพลังม้ายกทั้งแท่งชัดเจนหลัง 4,000 รอบต่อนาที แถมถ้าดูที่ช่วง 5,700 รอบ จะเห็นได้ว่าแรงม้าต่างจากของเดิมก่อนจูนถึง 80 ตัว พูดง่ายๆคือเมื่อคุณต้องการจะแซง แค่กดคันเร่งให้เต็ม คราวนี้รอบจะกวาดแว้ดไป 6000 เร็วกว่าเดิมคนละเรื่อง แรงบิดสูงสุด 34.733 กิโลกรัมเมตร เพิ่มจากเดิม 8.521 กิโลกรัม-เมตร (83 นิวตัน-เมตร) มาเป็นช่วงกว้าง ดึงแรง เร็วตั้งแต่รอบต่ำ และจะสังเกตได้ว่าตั้งแต่รอบต้นๆไปจนถึง 5700 รอบต่อนาทีนั้น ไม่มีช่วงไหนที่แรงบิดจะลดน้อยลงกว่า 28 กิโลกรัม-เมตรเลย พูดง่ายๆคือ กระชากทุกช่วง ยกเว้นช่วงรอบปลายๆหลัง 6,000 ที่ยังไงกราฟก็จะปักหัวลง ซึ่งนั่นเราต้องไปแก้กันที่ขนาดเทอร์โบพอร์ทไอดี/ไอเสีย หรือการปรับตั้งแคมชาฟท์ แต่เนื่องจาก Concept เราคือแรงแบบไม่รื้อเครื่อง ตัวเลขที่ได้นี่ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับเครื่อง 1.6 ลิตรเทอร์โบโรงงานลูกเล็กๆ

ว่ากันด้วยตัวเลขเพียวๆเดี๋ยวจะมึนงง มีคลิปมาให้ดูด้วย ลองควักนาฬิกาออกมาจับเวลาดูก็ได้ครับว่าเร็วพออย่างที่คุณคาดไว้หรือเปล่า

(ถ้าวิดิโอไม่ขึ้น คลิกที่นี่ครับ)

จะเห็นได้ว่าอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากรถสเป็คเดิมๆวิ่งอยู่ประมาณ 9.3 วินาที ก็ลงมาเหลือแค่ 7.1 วินาทีเท่านั้น ยิ่งถ้าเป็น 0-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สเป็คเดิมวิ่งให้ตายยังไงก็ต้องมี 21 วินาที ของใหม่หลังเปลี่ยนท่อและ Reflash ทำให้เวลาลงมาเหลือแค่ราว 16 วินาทีเท่านั้น ตัวเลขทั้งหมดนี้ทำโดยใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E10 ธรรมดาของบ้านเรา และออกตัวแบบกระแทกคันเร่งจม ไม่ได้มีการกดเบรกแล้วตอกคันเร่งเพื่อเรียกบูสท์ก่อนค่อยดีดออก

เรียกว่าถ้าได้ยางหลังเจ๋งๆหน่อย ออกตัวแบบดีดให้ล้อฟรีนิดๆ 116i คันนี้น่าจะสามารถวิ่งควอเตอร์ไมล์ได้ระดับ 14 วิกลางถึงปลาย นับว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับงบลงทุนหลักหมื่นที่เปลี่ยนพละกำลังของรถไปได้ขนาดนี้

และถ้าใครสงสัยว่า 125.5i คันนี้ จะเร็วกว่า 120i เดิมจากโรงงานหรือเปล่า ลองดูคลิปของชาว BMW เมืองนอกเขาอัด 120i F20 เกียร์อัตโนมัตินี่ครับ แล้วลองจับเวลาเทียบกันดู

โดยสรุปจากการปรับแต่งเบื้องต้น บอกได้เลยว่า BMW ซ่อนศักยภาพของเครื่องยนต์ N13B16 บล็อคนี้เอาไว้เยอะมาก เมื่อได้รับการปรับแต่งอย่างถูกต้อง มันก็สามารถเบ่งกำลังออกมาเพิ่มได้อีก 70-80 แรงม้าเช่นเดียวกับ BMW ยุคใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบทั้งหลาย แม้ว่าอัตราเร่งช่วงรอบปลายจะเริ่มแผ่วบ้างซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดทางกายภาพของฝาสูบและขนาดเทอร์โบ แต่อย่างน้อย 116i ที่ผ่านการจูนใน Stage นี้สามารถวิ่งไปกับคู่แข่งเยอรมันขนาด 2.0 ลิตรเทอร์โบเดิมๆไปจนสุดหลัก 400 เมตรได้อย่างแน่นอน

ฟังดูแล้ว 116i M Sport ที่หลายคนเคยมองข้าม กลายเป็นรถที่น่าเล่นขึ้นมาในทันที คุณสามารถจับรถมือสองรุ่นนี้มาแล้วปรับแต่งให้ได้ 219 แรงม้า งบประมาณที่ใช้นั้นแพงกว่าการเล่นรถญี่ปุ่น C-Segment ตัวท้อปป้ายแดงไม่มาก แต่แน่นอนว่าแรงกว่า แล้วยังได้ความสนุกจากแชสซีส์กับช่วงล่างที่ของเดิมทำมารองรับม้าได้เยอะ แถมยังเป็นรถขับหลัง..และจะเป็นซีรีส์ 1 รุ่นสุดท้ายที่คุณได้บอดี้ Hatchback ควบคู่กับการขับเคลื่อนล้อหลังด้วย

ถึงจะ Sad Face.. แต่อย่างน้อยก็ Happy Foot ได้แล้วกัน!

 


ขอขอบคุณข้อมูล
คุณจอร์จ แห่งสำนัก Gettuned
ติดต่อ 0898151531 หรือเยี่ยมชมเพจได้ที่นี่

 

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments