On-Dyno-รีแฟลชกล่องเพิ่มพลัง ภาค 1 กับ BMW 4 สูบเทอร์โบ 4 คัน 4 เครื่อง

ในปัจจุบัน การจูนเพิ่มพลังเครื่องยนต์แบบ Reflash (รีแฟลช) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกวี่ทุกวัน

สิ่งที่ทำให้คนที่รักความแรงชื่นชอบการ Reflash มากกว่าการติดตั้งกล่องจูน ก็เพราะสามารถปรับกำลัง และปรับเปลี่ยนโปรแกรมต่างๆโดยเขียนทับซ้ำลงไปในโปรแกรมเดิมใน ECU ได้เลย ทำให้ไม่ต้องมีการพ่วงกล่องจูนเพิ่มเติมภายนอก

และแน่นอนว่าไม่ต้องมีการตัดต่อสายไฟใดๆของรถ ทำให้เหมาะสำหรับการแรงแบบซ่อนรูป ไม่เน้นโชว์ของแต่งในรถ เวลาขับไปเข้าศูนย์บริการก็ไม่มีอะไรผิดปกติให้เป็นที่สังเกต (แม้ว่าถ้าเอาช่างเทคนิคระดับอาจารย์มาวิเคราะห์ เขาก็ยังทราบได้อยู่ดีล่ะครับ ว่าคุณทำอะไรมา)

320i_reflash02

การ Reflash กล่องนั้น โดยปกติถ้าเราไปทำกับรถบ้านทั่วไปที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อเน้นซิ่ง และไม่ได้มีเทอร์โบชาร์จ ผลลัพธ์ของมันอาจไม่สาแก่ใจหลายต่อหลายท่าน แล้วก็พาลไปโทษจูนเนอร์ว่าจูนไม่เก่ง ทั้งๆที่ความจริง ถ้าคุณเอารถญี่ปุ่นไม่มีเทอร์โบ หรือแม้แต่ BMW 6 สูบรุ่นดั้งเดิมที่ไม่มีเทอร์โบ (และไม่ใช่เครื่องพวก M3, M5) มาทำการจูนกล่องหรือ Reflash โดยไม่ได้โมดิฟายส่วนอื่นใดเพิ่มเติมไปจากโรงงานและไม่ได้เปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิงเป็น E85 บอกตรงๆว่าได้ 20 แรงม้านี่ก็เก่งแล้วครับ

แต่ในปัจจุบัน BMW เลิกทำเครื่อง NA (หายใจเอง ไม่มีเทอร์โบ) ไปเรียบร้อยแล้ว ในตลาดอย่างของประเทศไทยปัจจุบันนี้เรามีแต่ BMW เครื่องยนต์เทอร์โบเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดีเซล หรือเบนซิน 3 สูบ, 4 สูบ หรือ 6 สูบ

และเครื่องยนต์เทอร์โบนี่ล่ะครับ ตอบสนองต่อการจูนแบบ Reflash ได้ดีนักเชียว เพราะบางโปรแกรมสามารถสั่งเพิ่มบูสท์แรงอัดของเทอร์โบได้ด้วยการ Re-program คำสั่งของกล่อง หรือแม้กระทั่งการจูนแบบเน้นปรับเนียนเฉยๆ แรงม้าแรงบิดที่ได้ก็เพิ่มมาในอัตราส่วนที่น่าพึงพอใจโคตรๆ เมื่อเทียบกับเครื่อง 4 และ 6 สูบไม่มีเทอร์โบจากยุคก่อน

ในวันนี้ ผมจะลองนำรถที่ได้รับการ Reflash จากสำนัก Gettuned แถวร่มเกล้า ซึ่งได้ทำการจูนรถ BMW รุ่นใหม่ไปแล้วหลายคัน เพื่อนำมาให้ดูเป็นแนวทางว่าเครื่องยนต์ใด สามารถทำพลังเพิ่มได้เท่าไหร่ คุ้มกับเงินที่ลงไปหรือไม่ ทั้งนี้ ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับทาง Gettuned นะครับ ผมกับจอร์จ เจ้าของสำนักนั้นเป็นเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 แล้ว และการนำมาเสนอในส่วนนี้ก็ไม่ได้ต้องการเชียร์ หรือต้องการดิสเครดิตอู่อื่น เพียงแต่มันง่ายที่จะคุย ล้วง เกา และเอาข้อมูลมานำเสนอโดยมั่นใจได้ว่าเราใช้สภาพแวดล้อมเดียวกัน และแท่นวัดม้าตัวเดียวกันมาพูดครับ

การจูนมีหลายระดับ ความเสี่ยงที่แต่ละท่านรับได้ มีไม่เหมือนกัน ดังนั้นแต่ละสำนักก็ไม่จำเป็นต้องเค้นแรงม้าได้เท่ากัน ท่านเสพย์ข้อมูลเสร็จ ก็เลือกทำกับอู่ที่ท่านชอบได้ทั้งนั้นขอเพียงให้ศึกษาให้ดีก่อน ลองถามคนที่เคยไปทำมาแล้วว่าพอใจหรือไม่ จากนั้นค่อยไปลงเงินในที่ที่เราเลือกครับ

420d_red_reflash

คันที่ 1 – BMW 420d เครื่องยนต์ N47D20
เครื่องยนต์ N47 นี่คือเครื่องที่ใช้ในบอดี้นี้ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวมาจนถึงปี 2015 เมื่อมีการไมเนอร์เชนจ์ เครื่องยนต์บล็อคนี้จึงถูกปลดประจำการแล้วแทนที่ด้วย B47 รุ่นใหม่ รถคันนี้สภาพมาแบบไม่ได้แตะอะไรข้างในเครื่องเลย กรองอากาศเดิม และท่อไอเสียก็เป็นชุดเดิมครับ

420d_red_reflash2

ผลที่ได้จากการจูน ค่อนข้างน่าพอใจทีเดียวครับ แรงม้า/แรงบิด ก่อนทำการจูน ทางจอร์จได้วัดเอาไว้ก่อนแล้ว อยู่ที่ 180.599 แรงม้า แรงบิดอยู่ที่ 39.188 กิโลกรัม-เมตร นี่คือม้าที่วัดจากดุมล้อนะครับ ดังนั้นตัวเลขจึงอาจจะสูงกว่าแท่นวัดม้าประเภทที่วัดจากยาง เพราะมันไม่มีการสลิป(ลื่น)ของยางเข้ามาเป็นตัวแปร ถือว่าม้าในโบรชัวร์ของ BMW ช่วงหลังๆมานี้ค่อนข้างจะถ่อมตัวมาก ต่างจากตัวเลขอัตราเร่งที่ค่อนข้างจะทำได้ยากในชีวิตจริงไปนิด

หลังจาก Reflash ไปแล้ว แรงม้าเพิ่มเป็น 234.171 แรงม้า (เพิ่มขึ้นประมาณ 53 แรงม้า) แรงบิดเพิ่มเป็น 50.128 กิโลกรัม-เมตร (เพิ่มขึ้น 10.9 กิโลกรัม-เมตร) พละกำลังที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ตอนนี้ 420d เครื่องดีเซล 4 สูบตัวล่างของตลาดประเทศไทยมีพละกำลังน้องๆ เครื่อง 8 สูบเบนซินจากยุคก่อน แต่แรงบิดระดับนี้มากกว่าเครื่อง 6 สูบเทอร์โบสเป็คโรงงานเสียอีก

420d_b47_01

คันที่ 2 – 420d เครื่องยนต์ B47D20A
เป็นเครื่องยอดนิยม แชร์ใช้ในหลายรุ่นตั้งแต่ 320d, 320d GT, 420d, 520d ซึ่งเป็นรถใหม่ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา B47 เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบตามวิธีการดีไซน์แบบ Modular ที่แชร์ขนาดปากกระบอกสูบและช่วงชักรวมถึงชิ้นส่วนต่างๆภายในกับเครื่องดีเซล 3 สูบ B37D15 และเครื่องดีเซล 6 สูบ B57D30

บนกระดาษบอกสเป็ค..เครื่องรุ่นใหม่นี้มีพละกำลังแทบไม่ต่างจากเครื่อง N47D20 รุ่นเดิม (แรงม้าเพิ่มแค่ 6 ตัว) แล้วความจริงบนแท่นวัดแรงม้าจะเป็นอย่างไร?

420d_b47_02

รถคันนี้ อุปกรณ์และเครื่องยนต์ “เดิมทุกชิ้น” แรงม้าที่วัดจากดุมล้อ อยู่ที่ 182.5 แรงม้า (ต่างจาก 420d N47) แค่ 2 แรงม้า แต่แรงบิดจากเครื่องเดิมๆโรงงานพุ่งไปถึง 45.9 กิโลกรัม-เมตร ซึ่งมากกว่าตัวเลขที่บอกเอาไว้บนโบรชัวร์ของ BMW เองเสียอีก

หลัง Reflash กล่องเสร็จ ผลที่ได้คือ 231.3 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 48.8 แรงม้า) แรงบิด 57.2 กิโลกรัม-เมตร (เพิ่มขึ้น 11.3 กิโลกรัม-เมตร) สรุปคือ เมื่อมาผ่านคนจูนคนเดียวกัน ไดโน่ที่เดียวกัน พละกำลังที่เพิ่มมาระหว่างเครื่อง N47 กับ B47 นั้นต่างกันไม่มาก เพียงแต่ว่า B47 มีแรงบิดตั้งต้นจากโรงงานมาสูงกว่ามาก แต่ในชีวิตจริงเราอาจไม่รู้สึกเพราะแรงบิดจำนวนนี้มากองอยู่ในช่วงรอบต้นและกลางเสียมากกว่า ลองดูกราฟก็ได้ครับว่าหลัง 3,500 รอบต่อนาทีเป็นต้นไป พละกำลังทั้ง 2 เครื่องใกล้เคียงกันมากกว่าช่วง 2,500 รอบต่อนาที

320i_reflash01

คันที่ 3- 320i เครื่องยนต์ N20B20B
หลายคนเมิน 320i เพราะประหยัดน้ำมันก็ไม่ได้มากเท่า 320d และแรงเครื่องยนต์ก็สู้ 328i ไม่ได้ สมัยที่มันออกจำหน่ายช่วงปี 2012 นั้นผมเคยบอกไว้ว่า “ถ้าโมฯได้เมื่อไหร่” 320i จะกลายเป็นรุ่นที่คุ้มค่าเงินขึ้นมาทันทีเพราะราคารถไม่ได้แพงเลยถ้าเทียบกับรุ่นอื่น และเครื่องยนต์ N20 ในรุ่นนี้ ก็เหมือนกับ 328i (N20B20A) ต่างกันแค่ลูกสูบ/กำลังอัด และรายละเอียดปลีกย่อยอีกหน่อยเท่านั้น

320i_dyno

ขอบอกไว้ก่อนว่า รถคันนี้ไม่ได้เดิม 100% นะครับ มีกรองเปลือย และท่อไอเสียแต่งเพิ่มเข้ามา ดังนั้นเราจะวัดม้าใน Step ที่มีท่อ+กรอง แล้วเทียบกับ ท่อ+กรอง+ Reflash โดยไม่ไปเทียบกับม้าโบรชัวร์จากโรงงาน แรงม้าในการวัด Step แรก อยู่ที่ 186.9 แรงม้า และแรงบิดอยู่ที่ 29.5 กิโลกรัม-เมตร

หลังจาก Reflash เสร็จ ได้แรงม้าเพิ่มเป็น 260.8 แรงม้า (เพิ่มขึ้น  73.9 แรงม้า) แรงบิด 42.3 กิโลกรัม-เมตร (เพิ่มขึ้น 12.8 กิโลกรัม-เมตร)

เป็นยังไงล่ะครับ? แรงม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น เทียบอัตราส่วนแล้ว มากกว่ารุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่ความจุเท่ากันเสียอีก เพียงแค่ Reflash กล่องไป จาก 320i ที่เดิมๆก็ไม่ได้อืดอาดอะไรเลย ก็สามารถสร้างพลังได้สูงกว่า 330i E90 ชนะ 328i F30 เดิมๆโรงงานแบบคนละเรื่อง โดยเฉพาะแรงบิดนี่ล่ะ มากกว่าเครื่อง 6 สูบเทอร์โบของญี่ปุ่นหลายตัวทีเดียว

ขออย่างเดียว..คืออย่าให้ไอ้เครื่องพวกนั้นถูกโมฯบ้าง ไม่งั้นก็โดนเอาคืนได้นะจ๊ะ

525d_4cyl_02

คันที่ 4- 525d F10 รุ่น 4 สูบ (2012- ปัจจุบัน) เครื่องยนต์ N47D20D
มาลองดูพี่ใหญ่อย่างซีรีส์ 5 กันบ้าง เครื่องยนต์รุ่นนี้ใช้พื้นฐานเดียวกับเครื่องยนต์ N47 ของ 520d F10 รุ่นก่อนปี 2015 นั่นเอง แต่เปลี่ยนเป็นแบบทวินเทอร์โบ ทำให้มีแรงม้ามาจากโรงงาน 218 แรงม้า สาเหตุที่ต้องมีพลังระดับนี้ ก็เพราะในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น BMW ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร 204 แรงม้าในรุ่น 525d อยู่ก่อนแล้ว หากลดลงเหลือแค่ 4 สูบแล้วแรงม้าเท่าเดิมก็คงไม่มีจุดขาย

525d_4cyl_reflash_dyno

รถคันนี้เป็นรถเดิม 100% แรงม้าจากการวัดที่ดุมล้อได้ 211.277 แรงม้า เมื่อมองว่าม้าจากโบรชัวร์ที่แจ้งไว้ 218 ตัว เป็นการวัดแรงม้าที่เครื่อง ไม่ใช่ดุมล้อ ทำให้พิสูจน์ได้ว่าแรงม้าโบรชัวร์ของ BMW ทุกวันนี้ไม่ขี้โม้ มีความน่าเชื่อถือพอสมควร ส่วนแรงบิด 48.914 กิโลกรัม-เมตรนั้นกลับเยอะทะลุตัวเลขของโบรชัวร์ไปเสียอีก ซึ่งเท่าที่เห็นมากับ BMW ยุคใหม่ที่เป็นเกียร์ 8 จังหวะ มักจะมีตัวเลข “ถ่อมตัว” ในลักษณะเดียวกันนี่ล่ะครับ

หลังจากการ Reflash ไป แรงม้าเพิ่มเป็น 277.3 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 66 แรงม้าโดยประมาณ) แรงบิด 62.995 กิโลกรัม-เมตร (เพิ่มขึ้น 14 กิโลกรัม-เมตร โดยประมาณ) ที่ตัวเลขแรงม้าเพิ่มขึ้นสวยกว่าเครื่องยนต์ใน 320d, 420d ก็เพราะเทอร์โบคู่ที่สามารถรับ Flow ของไอเสียได้มากขึ้น อั้นน้อยกว่า ทำให้สร้างแรงบิดที่รอบสูงได้ดีกว่านั่นเองครับ

420d_b47_03

จะเห็นได้ว่าเครื่องยนต์ TwinPower Turbo รุ่นใหม่ๆของ BMW สามารถตอบสนองต่อการ Reflash ได้ในระดับที่ดี สามารถเพิ่มแรงม้าได้ 50 ตัวในรุ่นดีเซลเทอร์โบเดี่ยว 2.0 ลิตร และในรุ่นเบนซินสามารถเพิ่มได้ถึง 70 ตัว แรงที่เพิ่มมากขนาดนี้ การขับขี่ย่อมเปลี่ยนไป เพิ่มความสนุกในการขับได้มากขึ้น

แต่สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากไว้ด้วยว่า เมื่อรถเราแรงแล้ว ก็ต้องเข้าใจโลก ว่าเมื่อมีการเค้นพลังมาก มันก็ย่อมมีข้อเสียเรื่องการสึกหรอของเครื่องยนต์และเกียร์เป็นข้อแลกเปลี่ยน นี่คือความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นยุคที่รถใช้คาร์บิวเรเตอร์ ยุคที่ใช้กล่อง Piggyback ต่อสายไฟจูน หรือยุคที่ Reflash ก็ตาม การจูนรถนั้น เราควรทำข้อตกลงกับจูนเนอร์ไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ว่าจะเน้นแรงเพิ่มพอรู้สึกได้โดยที่ไม่ทำให้เครื่องถึงฆาตเร็วเกินไป หรือต้องการเค้นความแรงแบบสุดๆเท่าที่เครื่องจะไม่พังคาไดโน่ (แต่อาจเสื่อมได้เร็วกว่าปกติในระยะยาว)

ขอให้มีความสุขกับการแต่งรถ BMW ของท่านครับ

 


ขอขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลจาก
คุณจอร์จ ทสร กสิณธร แห่ง
Gettuned Tuner Service

The following two tabs change content below.
Pan Paitoonpong

Pan Paitoonpong

Founding Member/Contributing Editor
มนุษย์ปากจัดผู้หลงใหลเสน่ห์ของรถยุค 90s ชื่นชอบรถยนต์ที่ขับสนุกและมีการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับตัวอ้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการขับขี่>>รู้จักกันในชื่อ Commander CHENG ก่อนรีแบรนด์ตัวเองโดยใช้ชื่อจริง>>ทดสอบรถยนต์และเขียนบทความให้กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสิ่งพิมพ์ Headlightmag.com, GQ Magazine และแน่นอน..bimmer-th.com

Comments

comments