BMW ขนทัพนวัตกรรมยานยนต์บุกงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม พร้อมร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี และการรับรางวัล “Car & Bike of the Year 2016” ยอดเยี่ยมแห่งปี สูงสุดถึง 19 รางวัล ทั้งรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยการยกทัพรถยนต์รุ่นล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ มาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด, บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe, บีเอ็ม ดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่, บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d, บีเอ็มดับเบิลยู 525d รุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี, บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport และครั้งแรกในไทยกับการเปิดตัวมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นใหม่ล่าสุด ผู้สนใจสามารถพบกับข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูได้ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2559 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

มร.แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเราเท่านั้น แต่ต้องย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความยิ่งใหญ่ตลอดกว่า 100 ปีที่ผ่านมา โดยเราเพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ศตวรรษของบีเอ็มดับเบิลยู ณ กรุงมิวนิค เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา”

”เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า พร้อมเดินหน้าขยายการประกอบรถยนต์ในประเทศในรุ่นต่างๆ ซึ่งขณะนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่จะมีการประกอบในประเทศตามมาตรฐานการผลิดของบีเอ็มดับเบิลยู”

“ในปีนี้ เรายังยินดีที่จะเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport รถยนต์ตระกูล ซีรี่ส์ 3 รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยอัตราการปล่อย CO2 ของบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport อยู่ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งนับเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งซีดาน ส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ประเภท Eco Car คือ บีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น”

“นอกจากนี้ เราได้เปิดตัวเทคโนโลยี iPerformance เพื่อนำนวัตกรรมล้ำยุคจากรถยนต์ในตระกูล BMW i มาปรับใช้ในรถยนต์ตระกูลหลักของบีเอ็มดับเบิลยู โดยชื่อรุ่น iPerformance ใหม่นี้จะถูกใช้ในรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดทุกรุ่นนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป”

ทั้งนี้ ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยในปีนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the Year) สูงสุดถึง 15 รุ่น ได้แก่ BMW 330i M Sport,  BMW 320d Gran Turismo Sport, BMW i8, BMW X5 xDrive40e M Sport, BMW 528i Luxury,  BMW 525d M Sport,  BMW 740 Li, BMW 428i Gran Coupe M Sport, BMW 420d Coupe M Sport, BMW 218i Coupe M Sport, BMW 218i Gran Tourer Luxury , BMW X4 xDrive20d M Sport, BMW X6 xDrive30d M Sport, MINI John Cooper Works และ MINI COOPER S CLUBMAN

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด
ราคา: 3,099,000 บาท (ราคารวม VAT)

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เป็นรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด รุ่นถัดจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2557 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ที่ออกสู่ตลาดในปี 2558 โดยนับเป็นปีที่ 3 แล้วที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำเสนอเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด เพื่อนำพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาสู่ท้องถนนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เป็นนวัตกรรมที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ได้รับการออกแบบเพื่อสุนทรียะในการขับขี่ของผู้โดยสาร ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ที่ทรงพลังที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year มาแล้วถึง 2 ครั้ง สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ /  184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร สู่ล้อรถได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์/88 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีตามสไตล์ระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำงานประสานกันกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะเพื่อให้ขับขี่ ได้สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า ให้เร่งความเร็วได้อย่างใจนึก ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 40.8 กิโลเมตรต่อลิตรและลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อยCO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น นับว่าเป็นอัตราที่น้อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยสำหรับประเภทรถยนต์นั่งแบบซีดาน ส่วนรถที่มีอัตราการปล่อย CO2 น้อยที่สุดอันดับหนึ่งในรถยนต์ทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ Eco Car คือ บีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่มีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

เทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด ในบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และยังสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเลยในระยะ 40 กิโลเมตร แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง และสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย และรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/230 โวล์ท) จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 12 นาที

บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe ใหม่
ราคา:  5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe ใหม่ เป็นยนตรกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ มาพร้อมขุมกำลัง บีเอ็มดับเบิลยู M TwinPower Turbo 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชม. ที่ 4.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชม. ควบคุมด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ ตอบสนองการขับขี่แบบรถแข่งได้ในทุกจังหวะและย่านความเร็ว

บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe ใหม่ มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน ด้วยกันชนหน้าที่ใหญ่และดุดันกว่าเดิม พร้อมกระจังหน้าในแบบเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M และล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว M Double Spoke และโดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทาง ภายในห้องโดยสารหรูหราปราดเปรียวด้วยโทนสีดำ มาพร้อมการดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด  ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังแบบ M และเบาะที่นั่งหนังแบบสปอร์ต  มอบความรู้สึกแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีระบบ BMWApps ที่รองรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Go Pro และ M Laptimer ช่วยบันทึกและวิเคราะห์การขับขี่ พร้อมทั้งแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่
ราคา: 2,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของบีเอ็มดับเบิลยู X1 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ดีเซล 4 สูบ รุ่นใหม่ล่าสุด 1,995 ซีซี 150 แรงม้า มอบประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 21.3 กิโลเมตร/ลิตร และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 125 กรัม/กิโลเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronic Sport 8 สปีด ให้อัตราเร่งที่พุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 9.2 วินาที

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d ใหม่ยังมาพร้อมกับดีไซน์แบบสปอร์ตที่ดูทรงพลังด้วยชุดแต่ง xLine ภายในตกแต่งด้วยลายไม้โอ๊ค ไฟหน้าแอลอีดี และตกแต่งด้วยเบาะนั่งหนังแท้ดาโกต้า (Dakota) พร้อมระบบปรับเบาะแบบไฟฟ้าที่สามารถจดจำตำแหน่งฝั่งคนขับได้ ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้ามัลติฟังก์ชั่นแบบ Servotronic หุ้มหนังแบบสปอร์ต ให้สัมผัสที่นุ่มมือในขณะขับขี่ ขณะที่ห้องโดยสารมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,550 ลิตร มอบความบันเทิงผ่านจอภาพขนาด 8.8 นิ้ว สะดวกสบายด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง พร้อมปุ่มควบคุม iDrive และระบบแผนที่นำทาง

เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d และบีเอ็มดับเบิลยู 525d Celebration Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 100 ปี
ราคา: บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d Celebration Edition : 4,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บีเอ็มดับเบิลยู 525d Celebration Edition : 3,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d และบีเอ็มดับเบิลยู 525d รุ่นพิเศษ ที่มีเพียงรุ่นละ 100 คันเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยมาพร้อมโลโก้พิเศษ “One of 100”  และฟีเจอร์พิเศษต่างๆ เช่น หน้าจอ BMW Head-Up และหน้าจอควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเห็นข้อมูลต่างๆ ได้ในขณะขับขี่

บีเอ็มดับเบิลยู X5 sDrive25d Celebration Edition เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ในแบบรถยนต์ SAV เติมเต็มทุกความต้องการการใช้งานทุกรูปแบบ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุดที่ 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า พร้อมแรงบิด   500 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบต่อนาที ให้สามารถเร่งความเร็วได้อย่างใจนึกจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 7.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 18.2 กิโลเมตรต่อลิตรกับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 146 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 525d Celebration Edition ทรงพลังในทุกสมรรถนะการขับขี่และประหยัดพลังงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว เทคโนโลยี TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุดที่ 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า พร้อมแรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500รอบต่อนาที ให้สามารถเร่งความเร็วได้อย่างใจนึกจาก    0-100 กิโลเมตรภายใน 6.9 วินาที และยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตรกับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 123 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

 บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่
(ราคายังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ)

เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการผลิตนวัตกรรมแห่งยานยนต์ การให้บริการด้วยมาตรฐานระดับสากล และตอบแทนความเชื่อมั่นของลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยูจึงเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการขยายการประกอบรถยนต์ในประเทศในรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์หรูขนาดใหญ่ที่ให้ความสะดวกสบายในทุกการใช้งานด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมยกระดับสมรรถนะ ความปราดเปรียวในการขับขี่ และความปลอดภัยอย่างครบครัน บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียงรุ่นใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบขนาด 3 ลิตร และเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร ทำงานเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.2 วินาที อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร

บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมดีไซน์สปอร์ต พร้อมไฟที่โฉบเฉี่ยว และสามารถเลือกปรับโหมดการขับรถได้หลายแบบตามต้องการ ทั้งโหมด SPORT, SPORT+, ECO PRO, COMFORT และ COMFORT+ พร้อมหน้าจอมัลติฟังก์ชั่นและอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ซึ่งรวมถึงระบบเครื่องเสียงที่ทำงานร่วมกับ iDrive ตอบรับทุกความต้องการของผู้ขับขี่เพื่อสุนทรียะแห่งการเดินทาง และมีชุดแต่ง M Sport ซึ่งประกอบด้วย ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้วแบบ Double-spoke และดีไซน์ภายนอกด้วยเส้นสายHigh-Gloss Shadow Line ในแบบของบีเอ็มดับเบิลยู และชุดแต่ง M aerodynamics

เปิดตัวมินิ คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย
ราคา: 3,050,000 บาท (ราคารวม VAT)

ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 นี้ บรรดาแฟนมินิชาวไทยยังได้ร่วมสัมผัสถึงรายละเอียดของยนตรกรรมระดับหรูขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุด มินิ คอนเวอร์ทิเบิล ซึ่งเปิดตัวไปในงานมอเตอร์โชว์ที่กรุงโตเกียว

มินิ คอนเวอร์ทิเบิล ใหม่ เป็นนวัตกรรมแห่งความสำเร็จอีกขั้นของการดีไซน์ที่เติมเต็มทุกอารมณ์ โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน ด้วยความล้ำสมัยโฉบเฉี่ยวและมิติที่เพิ่มขึ้น พร้อมพื้นที่ภายในตัวรถกว้างขวางขึ้นเช่นเดียวกับมิติภายนอกเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน

มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิล ใหม่ มอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo Technology ให้ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า มีอัตราความเร็วสูงสุด 228 กิโลเมตรต่อ ชม. และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.1 วินาที โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย เพื่อความรื่นรมย์ในยามขับขี่แบบเปิดประทุนตามสไตล์มินิ แผงหลังคารถเป็นวัสดุผ้าใบหรือซอฟต์ท็อปที่พับเก็บได้อัตโนมัติอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมทางเลือกดีไซน์ลายธงยูเนียนแจ็คเอกลักษณ์ของมินิ สำหรับหน้าปัดแสดงผลส่วนกลาง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี LED ใหม่ล่าสุดที่ให้แสงไฟสีสันต่างๆ รอบวงแหวน ซึ่งสามารถเปลี่ยนตามฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้ขณะขับขี่

ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์  BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์ หัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดคือความสบายใจของลูกค้า ดังนั้น รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจึงมาพร้อมกับโปรแกรมบริการหลังการขาย BSI (BMW Services Inclusive) และ MSI (MINI Service Inclusive) ซึ่งมอบบริการบำรุงรักษารถยนต์สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู และมินิระยะเวลา 5 ปี ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูและมินิยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางด้วย 

ข้อเสนอพิเศษในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 7

ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

– ลุ้นโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูด้วยการผ่อนชำระรายเดือนในอัตราเริ่มต้นที่ 17,999 บาทต่อเดือน และรับฟรีทันที นาฬิกา BMW Motorsport ICE รุ่น steel Unisex หรือ รุ่น steel Chrono เมื่อซื้อรถยนต์

– โปรแกรม“Fantastic Loyalty Reward” จากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายเดิมของบีเอ็มดับเบิลยู ลีสซิ่ง (ประเทศไทย)
– โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) 5ปี / 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

สำหรับลูกค้ามินิที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2559 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

– ฟรีกล้อง Go Pro Hero 4 Silver*
– ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดและลูกค้าของ MINI Financial Services
(*ยกเว้นมินิ คลับแมน และมินิ คอนเวอร์ทิเบิล)

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวหรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ จาก BMW Financial Services และ MINI Financial Services ได้ทาง BMW Contact Center โทร. 1-800-269-269 (หรือโทร. 1-401-269-269 ถ้าโทรออกจากโทรศัพท์มือถือ) หรือติดต่อได้ที่ผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

Comments

comments